“JIC ไทย”โต้เขมร ปัดยึดครองดินแดนกัมพูชา

การเมือง ข่าว

 

“JIC ไทย” โต้ กัมพูชาอ้าง “ปราสาทคนา” เป็นของเขมร ย้ำไทยไม่รับคำกล่าวอ้างฝ่ายเดียว ชี้ต้องยึดกฎหมายระหว่างประเทศ-กลไกทวิภาคี เท่านั้น

 

 

พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ ไทย-กัมพูชา (JIC) แถลงตอบโต้กรณีเจ้าหน้าที่ฝ่ายกัมพูชาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อฯ โดยอ้างว่า “ปราสาทคนาเป็นของกัมพูชา 100%” พร้อมกล่าวหาว่าฝ่ายไทยเข้ายึดครองพื้นที่ เปลี่ยนแปลง สภาพโบราณสถาน และทำลายบันไดทางขึ้นปราสาท นั่นว่า ขอยืนยันว่าข้อกล่าวอ้างดังกล่าวเป็นการแสดงท่าทีฝ่ายเดียวที่ไม่อาจถือเป็นข้อยุติตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ประเทศไทยไม่ยอมรับการกล่าวอ้างอธิปไตย
เหนือพื้นที่พิพาทโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เนื่องจากประเด็นแนวเขตแดนที่ยังมีความเห็นต่างจะต้องได้รับการพิจารณาผ่านกลไกทวิภาคีที่ทั้งสองประเทศตกลงร่วมกัน โดยอาศัยหลักฐานที่มีน้ำหนักทางกฎหมาย ทั้งสนธิสัญญา เอกสารประวัติศาสตร์ และหลักฐานการปักปันเขตแดนที่ผ่านมา ไม่ใช่อาศัยการแถลงหรือการตีความแผนที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงลำพัง

ผู้อำนวยการ JIC กล่าวว่า การอ้างอิงแผนที่เพียงอย่างเดียวไม่สามารถใช้ตัดสินประเด็นอธิปไตยได้ แม้ฝ่ายกัมพูชาจะระบุว่าไม่ว่าจะใช้แผนที่มาตราส่วน 1:200,000 หรือ 1:50,000 ปราสาทคนาก็อยู่ในดินแดนกัมพูชา แต่ถือเป็นเพียง ข้อกล่าวอ้างฝ่ายเดียว ขณะที่ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ทั้งไทยและกัมพูชายังต้องดำเนินการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนร่วมกันผ่านกลไกทวิภาคี จึงไม่อาจสรุปสถานะอธิปไตยจากการตีความแผนที่เพียงด้านเดียวได้

สำหรับข้อกล่าวหาว่าฝ่ายไทยเข้ายึดครองพื้นที่ พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า การดำเนินมาตรการด้านความมั่นคง การควบคุมพื้นที่ และการดูแลโบราณสถานของไทย เป็นการดำเนินการภายในพื้นที่ที่ประเทศไทยถือว่าอยู่ภายใต้การควบคุมของตน และเป็นไปตามถ้อยแถลงร่วมของทั้งสองประเทศ พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าไทยเข้าไปยึดครองดินแดนของกัมพูชา

ส่วนกรณีที่ฝ่ายกัมพูชากล่าวหาว่าไทยเผาหรือทำลายบันไดทางขึ้นปราสาทนั้น ผู้อำนวยการ JIC ระบุว่า เป็นข้อกล่าวหาที่ต้องพิสูจน์ด้วยพยานหลักฐานที่ตรวจสอบได้ โดยประเทศไทยพร้อมให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงบนพื้นฐานของหลักฐาน เชิงประจักษ์ และไม่อาจยอมรับการสรุปข้อเท็จจริงจากคำกล่าวอ้างของฝ่ายเดียว

พล.อ.อ.ประภาส กล่าวย้ำว่า ประเทศไทยยังคงยึดมั่นแนวทางแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาผ่านกลไกทวิภาคี ภายใต้หลักกฎหมายระหว่างประเทศและถ้อยแถลงร่วมของทั้งสองประเทศ โดยยืนยันการลดความตึงเครียด หลีกเลี่ยงการยั่วยุและการใช้กำลัง รวมถึงหลีกเลี่ยงการดำเนินการใดที่อาจส่งผลให้สถานการณ์บานปลาย

“JIC ไทย เรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความระมัดระวังในการสื่อสารต่อสาธารณะ โดยยึดข้อเท็จจริงเป็นสำคัญ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนหรือเพิ่มความตึงเครียด พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยพร้อมดำเนินการอย่างสร้างสรรค์บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ ความสุจริตใจ และความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและเสถียรภาพตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างยั่งยืน” พล.อ.อ.ประภาส กล่าว

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

ปิดโหมดสีเทา