ภายหลังจากที่ประชุม ครม.เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา ไฟเขียวส่งร่าง พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฏร “ประธานโสภณ ซารัมย์” รับลูกอย่างรวดเร็ว บรรจุเป็นวาระการประชุมทันที 29 มิย.-1 กค.นี้ ก่อนที่ วิป 3 ฝ่าย เคาะกรอบจัดสรรเวลาในการอภิปราย รวมทั้งสิ้น 41 ชั่วโมง แบ่งเป็นเวลาของประธานสภา 1 ชั่วโมง ครม.และพรรคร่วมรัฐบาล 20 ชั่วโมง และพรรคร่วมฝ่ายค้าน 20 ชั่วโมง
สำหรับเนื้อในของ ร่าง พรบ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ที่รัฐบาลนายกฯอนุทิน ชาญวีรกุล ตั้งไว้เพื่อใช้ในปีหน้า เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2569 จำนวน 7.4 พันล้านบาท โดยที่โครงสร้างงบประมาณปี 2570 แบ่งออกเป็น 4 ส่วนสำคัญ ได้แก่ รายจ่ายประจำ 2.78 ล้านล้านบาท รายจ่ายลงทุน 7.89 แสนล้านบาท รายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ 1.51 แสนล้านบาท และ รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง 7.10 หมื่นล้านบาท เพื่อให้สอดรับกับที่ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ประเมินแนวโน้มของเศรษฐกิจไทยปี 2570 ว่า มีแนวโน้มขยายตัว 1.7-2.7% ตามการฟื้นตัวดีขึ้นของเศรษฐกิจ และการค้าโลก
และเมื่อพิจารณาตามยุทธศาสตร์ พบว่า งบฯ70 ถูกแบ่งเป็น 6 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1.ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง วงเงิน 4.07 แสนล้านบาท,2.ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน วงเงิน 3.48 แสนล้านบาท, 3.ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนา และเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ จำนวน 6.11 แสนล้านบาท, 4.ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาส และความเสมอภาคทางสังคม 9.6 แสนล้านบาท, 5.ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิต ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 1.37 แสนล้านบาท และ 6.ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุล และพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ 6.76 แสนล้านบาท
สำหรับหน่วยรับงบประมาณ ที่ได้รับการจัดสรรมากที่สุด 5 อันดับแรก คือ อันดับ 1 .งบกลาง ยังคงครองแชมป์เหมือนเดิม ได้รับการจัดสรรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยได้รับจัดสรร 6.93 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 5.99 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นรายการที่ใช้เงินมากที่สุดคือ เงินเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ 3.89 แสนล้านบาท รองลงมา คือเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น 1 แสนล้านบาท นอกจากนี้ยังมีการตั้งรายการใหม่ 1.2 หมื่นล้านบาท เพื่อเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากวิกฤตราคาพลังงานผันผวน
อันดับ 2.กระทรวงการคลัง ได้รับจัดสรร 4.40 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.16 หมื่นล้านบาท, อันดับ 3.กระทรวงศึกษาธิการ ได้รับจัดสรร 3.59 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.58 พันล้านบาท, อันดับ 4. กองทุนหมุนเวียน ได้รับจัดสรร 2.94 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.04 หมื่นล้านบาท และกระทรวงมหาดไทย ได้รับจัดสรร 2.88 แสนล้านบาท ลดลง 1.06 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ตาม เหรียญมี 2 ด้านเสมอ ในขณะที่บางหน่วยงานได้มาก ได้เงินงบประมาณเพิ่มขึ้น ย่อมมีหน่วยงานที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณน้อยลงเช่นกัย โดย 5อันดับ ได้น้อยลง ประกอบด้วย 1.รายการเพื่อชดใช้เงินคงคลัง ถูกปรับลดลงมากที่สุดถึง 5.25 หมื่นล้านบาท, 2.กระทรวงคมนาคม ปรับลดลง 2.34 หมื่นล้านบาท, 3.จังหวัดและกลุ่มจังหวัด ปรับลดลง 2.20 หมื่นล้านบาท, 4.รัฐวิสาหกิจ ปรับลดลง 1.33 หมื่นล้านบาท, และ 5.กระทรวงมหาดไทย ปรับลดลง 1.06 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีอีก 1 ไฮไลท์ ที่ต้องจับตาในงบปนะมาณ 70 หลังมีการขุดคุ้ยเกี่ยวกับโครงการ TH AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศณษฐกิจและสังคม ในช่วงที่ผ่านมา นั่นคืองบประมาณในยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน โดยจัดสรรงบประมาณด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AIและดิจิทัล รวมกว่า 6.16 พันล้านบาท เช่น แผนงานวิจัยพัฒนา และสร้างนวัตกรรมทางอุตสาหกรรมและบริการดิจิทัล ข้อมูล และ AI ภาคเกษตรและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง วงเงิน 4.60 พันล้านบาท, แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล วงเงิน 1.56 พันล้านบาท
ทั้งนี้ต้องติดตามการอภิปรายของฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฏรว่า เห็นด้วย เห็นต่าง กับรัฐบาล หรือคัดค้านโครงการใดบ้าง และมีข้อเสนอแนะอย่างไร เกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณในครั้งนี้ เพราะร่างพรบ.งบประมาณ 70 คืออนาคตของคนไทยทั้งประเทศ….
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews