จากประเด็น #โกงสอบท้องถิ่น ที่มีผู้ออกมาเปิดเผยหลักฐานการทุจริต และไม่โปร่งใสในการสอบคัดเลือกพนักงานท้องถิ่นนั้น ทำให้สังคมตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใดจึงมีการจ่ายเงินก้อนหลักแสนเพื่อแลกกับตำแหน่งเหล่านี้ ตามมาดูอัตราเงินเดือนเริ่มต้นของพนักงานราชการส่วนท้องถิ่น

เปิดโครงสร้างเงินเดือนข้าราชการท้องถิ่นปี 69 คุ้มมั้ยหอบเงินแสนแลก?
กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่สังคมกำลังตั้งคำถามอย่างหนัก กับกรณีขบวนการทุจริตสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น
แต่สิ่งที่เป็นจุดโฟกัสและน่าสนใจที่สุดในตอนนี้ก็คือ…ทำไมกลุ่มคนเหล่านี้ ถึงกล้าตัดสินใจหอบเงินก้อนโต ตั้งแต่ 350,000 บาท ไปจนถึง 800,000 บาท เพื่อมาแลกกับตำแหน่งข้าราชการท้องถิ่น?
เม็ดเงินเงินเดือนของข้าราชการท้องถิ่น พวกเขาได้เท่าไหร่กันแน่?
โครงสร้างบัญชีอัตราเงินเดือนพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ บัญชี 6 ล่าสุด ที่เพิ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา จะเห็นตัวเลขที่ชัดเจนตามกฎหมายแบบนี้
ระดับแรกเริ่ม – ประเภททั่วไป และวิชาการ (ปฏิบัติการ):
- อัตราเงินเดือนเริ่มต้นจะอยู่ที่ 8,750 บาท ถึง 9,740 บาทเท่านั้น
- ระดับเชี่ยวชาญหรืออาวุโสที่ประมาณ 54,000 ถึง 77,000 บาท
ระดับขยับขึ้นมา – ประเภทอำนวยการ และบริหารท้องถิ่น:
- เริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 15,400 บาท ถึง 15,850 บาท
- ระดับสูง เพดานสูงสุดจะอยู่ที่ 78,000 ถึง 80,450 บาท
เมื่อเห็นตัวเลขแบบนี้แล้ว คำตอบก็ชัดเจนแล้วว่า ถ้าเข้ามาทำงานด้วยความสุจริต แล้วกินเงินเดือนตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด แน่นอนว่าเงินเดือนแค่หลักหมื่นต้น ๆ ย่อมไม่คุ้มกับเม็ดเงินหลักแสนที่ลงทุนไป
คำถามคือ… จ่ายแพงขนาดนี้ สุดท้ายมันคุ้มค่าจริงหรือ?
จากข้อมูลการวิเคราะห์และข้อสังเกตในสังคม สามารถแยกเหตุผลหลัก ๆ ออกเป็น 3 มุมมอง
มุมมองแรก: มันคือการลงทุนระยะยาวเพื่อซื้อ “ความมั่นคง”
หลายคนมองว่า เงินหลักแสนที่ยอมจ่ายไปในวันแรก คือการซื้อ “สวัสดิการที่คุ้มทุนในระยะยาว” เพราะสิทธิประโยชน์ของข้าราชการนั้นครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลทั้งของตัวเอง พ่อแม่ คู่สมรส และบุตร แถมเมื่อเกษียณอายุก็ยังมีเงินบำเน็จบำนาญเลี้ยงไข้ไปตลอดชีวิต ไม่มีคำว่าตกงาน
ยิ่งไปกว่านั้น เครดิตทางการเงินของข้าราชการยังสูงมาก สามารถกู้เงินดอกเบี้ยต่ำจากสหกรณ์ หรือกู้ซื้อสินทรัพย์ได้ง่ายกว่าอาชีพอื่น
มุมมองที่ 2: ช่องทางหาผลประโยชน์จาก “เงินนอกระบบ” และ “อำนาจ”
นี่คือจุดมืดที่สังคมกำลังตั้งข้อสังเกตครับว่า รายได้หลักของคนที่ทุจริตเข้ามา อาจไม่ใช่เงินเดือนเดือนละหมื่นกว่าบาท แต่อาจเป็น “เงินทอน” ที่แฝงมากับการจัดซื้อจัดจ้าง การเซ็นอนุมัติโครงการ หรือเงินสินบนในรูปแบบต่างๆ
เนื่องจากบางตำแหน่งงานในท้องถิ่น มีอำนาจหน้าที่ในการอนุมัติหรือออกใบอนุญาต ซึ่งเป็นช่องทางในการเรียกรับผลประโยชน์ได้อย่างมหาศาล
และมุมมองที่ 3: ค่านิยม “เจ้าคนนายคน” และ “ระบบอุปถัมภ์”
คำว่า “โตไปเป็นเจ้าคนนายคน” ยังคงฝังรากลึกอยู่ในสังคมไทย อาชีพราชการยังถูกมองว่ามีเกียรติ มีหน้ามีตาในสังคม ทำให้หลายครอบครัวยอมทำทุกวิถีทางและยอมจ่ายเงินเพื่อให้บุตรหลานได้บรรจุ
ประกอบกับระบบอุปถัมภ์ และการซื้อ-ขายตำแหน่งในบางพื้นที่ กลายเป็นเครือข่ายขบวนการที่ทำกันมาอย่างยาวนานจนย่ามใจนั่นเอง
จะเห็นได้ว่า สังคมไทยถูกปลูกฝังจนเป็นแนวคิดหยั่งรากลึกมาตั้งแต่สมัยพ่อแม่ว่า “รับข้าราชการดีที่สุด” เพราะคนมักมองที่ผลประโยชน์ภายหลังที่จะตามมา มากกว่าการมองแค่จำนวนเงินเดือนเริ่มต้นหมื่นกว่า ๆ
และหากอยากกำจัดถอนรากถอนโคนการทุจริตสอบครั้งใหญ่นี้ อาจต้องมองย้อนกลับไปถึงโครงสร้างระบบราชการ และความเข้มแข็ง เด็ดขาด รวมไปถึงการจัดการของภาครัฐอีกด้วย
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews