นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินสายเยือนต่างประเทศและเข้าร่วมเวทีการประชุมกับนานาประเทศต่อเนื่อง โดยระหว่างวันที่ 16-19 มิถุนายนนี้ ได้เดินทางเยือนรัสเซีย ที่คงไม่ได้เป็นเพียงภารกิจทางการทูตตามปกติ แต่ถูกวางเป้าหมายให้เป็นอีกหนึ่งหมากสำคัญในการขับเคลื่อน “การทูตเศรษฐกิจ” ของไทย ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
โดยภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี ออกเดินทางไปยังเมืองคาซาน รัสเซีย เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย สมัยพิเศษ ซึ่งจัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 35 ปี ความสัมพันธ์อาเซียน-รัสเซีย โดยไทยหวังใช้เวทีดังกล่าวขยายโอกาสทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน รวมถึงความร่วมมือด้านพลังงาน เพื่อให้เกิดประโยชน์ที่จับต้องได้กับประเทศและประชาชน
รัฐบาล ย้ำชัดว่า การเข้าร่วมเวทีระหว่างประเทศจะต้องไม่ใช่เพียงการเข้าร่วมประชุมเชิงสัญลักษณ์ แต่ต้องสามารถเปิดตลาดใหม่ สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย ดึงดูดการลงทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
นอกจากการเข้าร่วมประชุมระดับผู้นำแล้ว นายกรัฐมนตรี มีกำหนดหารือกับภาคธุรกิจอาเซียน-รัสเซีย พบปะผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียน รวมถึงการหารือทวิภาคีกับนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ในช่วงเย็นวันที่ 18 มิถุนายน ซึ่งถือเป็นไฮไลต์สำคัญของการเดินทางครั้งนี้
นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จะมีการหารือครอบคลุมหลายมิติ ทั้งภาคเกษตร อุตสาหกรรม การลงทุน และการค้า โดยไทยต้องการผลักดันให้รัสเซียเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากประเทศไทยมากขึ้น ขณะที่ไทยเองก็มีความต้องการแสวงหาแหล่งทรัพยากรและพลังงานจากหลายประเทศ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว
เมื่อถูกถามว่า จะมีการหารือเรื่องพลังงานหรือน้ำมันหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า “มีทุกเรื่อง” เนื่องจากรัสเซียเป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตพลังงานรายสำคัญของโลก
ปัจจุบัน รัสเซียถือเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานโลก ทั้งด้านพลังงาน ปุ๋ย และวัตถุดิบที่จำเป็นต่อภาคการผลิต ขณะที่ไทยมีจุดแข็งด้านสินค้าเกษตร อาหาร อุตสาหกรรมแปรรูป รวมถึงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งยังมีศักยภาพในการขยายมูลค่าการค้าระหว่างกันได้อีกมาก
นอกจากประเด็นด้านเศรษฐกิจแล้ว ไทยยังต้องการผลักดันความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ตลอดจนการเชื่อมโยงภาคธุรกิจและภาคประชาชนระหว่างอาเซียนกับรัสเซีย เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ในอนาคต
อย่างไรก็ตาม การประชุมครั้งนี้ยังถูกจับตาในอีกมิติหนึ่ง เนื่องจากนายอนุทินจะได้พบกับ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา อีกครั้ง หลังจากทั้งสองฝ่ายเคยพบกันระหว่างการประชุม ASEAN Future Forum ที่ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จนเกิดประเด็นดรามา ภาพจับมือกับระหว่าง2ผู้นำ
และครั้งนี้ จะเป็นครั้งแรก หลังมีรายงานข่าวเกี่ยวกับการที่จีนส่งมอบรถถัง T59D ให้กัมพูชา รวม 93 คัน และมีบางส่วนถูกส่งมอบแล้ว พร้อมกระแสข่าวว่ามีการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์เข้าพื้นที่ใกล้ชายแดนไทย แต่นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ไทยไม่มีสิทธิ์เข้าไปก้าวก่ายกิจการภายในหรือการดำเนินการทางทหารที่เกิดขึ้นในดินแดนของกัมพูชา
แต่ในส่วนของประเทศไทยนั้น ได้เฝ้าระวังและมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการปกป้องอธิปไตยของประเทศ พร้อมยืนยันว่า จะไม่ปล่อยให้มีการล่วงล้ำหรือบุกรุกดินแดนไทยอย่างเด็ดขาด
นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่า สิ่งที่เกิดขึ้นภายในดินแดนของประเทศเพื่อนบ้านเป็นเรื่องของเขา แต่ประเทศไทยมีหน้าที่ดูแลและปกป้องอธิปไตยของตนเองอย่างเต็มกำลัง และขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยมีความพร้อมในการรักษาความมั่นคงของชาติ
ดังนั้น การเดินทางไปยังรัสเซียครั้งนี้ จึงไม่ได้มีเพียงเป้าหมายด้านการต่างประเทศ หากแต่เป็นความพยายามของรัฐบาลในการใช้เวทีระหว่างประเทศสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ขยายตลาดการค้า เพิ่มความมั่นคงด้านพลังงาน และสร้างผลประโยชน์สูงสุดให้แก่ประเทศและประชาชนไทย ท่ามกลางโลกที่กำลังเผชิญกับการแข่งขันและความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในทุกมิติ
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews