“ยศชนัน”ชูวิสัยทัศน์เปลี่ยนไทยจากผู้ซื้อสู่ผู้สร้างนวัตกรรม

การเมือง ข่าว

 

“ยศชนัน”ปฏิบัติภารกิจเบลเยียม-เนเธอร์แลนด์ พบปะนักเรียนและนักวิชาชีพไทยในต่างแดน ชูวิสัยทัศน์เปลี่ยนไทยจากผู้ซื้อสู่ผู้สร้างนวัตกรรม ดึงนักเรียน-นักวิชาชีพไทยในยุโรปร่วมพัฒนาประเทศ

 

 

ระหว่างการเดินทางปฏิบัติภารกิจที่ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์และราชอาณาจักรเบลเยียม เพื่อแสวงหาความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในช่วงวันที่ 13-20 มิถุนายน 2569 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้พบปะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับกลุ่มนักเรียนและนักวิชาชีพชาวไทย ณ เมืองไอนด์โฮเฟิน ประเทศเนเธอร์แลนด์

นายยศชนัน กล่าวถึงทิศทางการพัฒนาประเทศในระยะต่อไปว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องปรับแนวคิดจากการพึ่งพาการนำเข้าเทคโนโลยีมาเป็นการสร้างองค์ความรู้และเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) ด้วยตนเอง ควบคู่กับการยกระดับอุตสาหกรรมเดิมให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย

 

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ระบุว่า ในอดีตประเทศไทยมักแก้ปัญหาด้วยการจัดซื้อเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ทำให้ได้เพียงผลิตภัณฑ์ แต่ไม่ได้รับองค์ความรู้ที่จำเป็นต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เมื่อเทคโนโลยีเกิดความเสียหายหรือล้าสมัยก็ต้องพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศอยู่เสมอ จึงจำเป็นต้องปรับแนวทางใหม่ด้วยการสร้างความรู้ภายในประเทศ และใช้เครือข่ายนักเรียนไทยในต่างประเทศเป็นช่องทางค้นหาเทคโนโลยีที่มีศักยภาพในการต่อยอด

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศที่อาจทำให้นักเรียนไทยลังเลในการเลือกเรียนสาขาเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเสนอให้ใช้แนวทาง “Science Diplomacy” หรือการทูตวิทยาศาสตร์ เพื่อเชื่อมโยงความร่วมมือกับต่างประเทศ เปิดโอกาสให้นักวิจัยไทยสามารถใช้ทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐานจากทั่วโลกได้ โดยไม่จำกัดอยู่เพียงภายในประเทศ และยังสะท้อนถึงปัญหาการทำวิจัยของไทยที่มักอ้างอิงและต่อยอดจากงานวิจัยต่างประเทศ โดยไม่ได้เริ่มต้นจากโจทย์ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในประเทศ จึงต้องการผลักดันให้นักวิจัยไทยทั้งในและต่างประเทศหันมาให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อดึงดูดนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกเข้ามาร่วมพัฒนาแนวทางแก้ไข

 

 

ในด้านเศรษฐกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เห็นว่า งานวิจัยคุณภาพสูงจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการดึงดูดนักลงทุนระดับโลก โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยความสัมพันธ์ส่วนตัวหรือเครือข่ายทางสังคม เพราะหากผลงานได้รับการยอมรับในระดับสากล นักลงทุนและภาคอุตสาหกรรมจะเข้ามาแสวงหาความร่วมมือด้วยตนเอง

ช่วงท้ายของการพบปะ นายยศชนัน ได้ให้กำลังใจนักเรียนและนักวิชาชีพไทยในต่างแดน พร้อมยืนยันว่าจะเร่งวางรากฐานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีของตนเองได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมระบุว่า คาดว่าภายใน 2-3 ปีข้างหน้า จะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง และในปีที่ 4 ประเทศไทยจะเริ่มมีผลงานด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นเองมากขึ้น ก่อนเชิญชวนคนไทยในต่างประเทศร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศสู่อนาคตที่แข่งขันได้บนเวทีโลก

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

ปิดโหมดสีเทา