จากกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักต่อการกำหนดเงื่อนไขใหม่ของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ปี 2569 โดยเฉพาะกรณีการนำข้อมูลการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีของบุตรที่นำชื่อบิดา-มารดาไปลดหย่อนภาษี มาใช้เป็นหนึ่งในเกณฑ์คัดกรองผู้มีสิทธิ จนเกิดเสียงคัดค้านจากหลายฝ่าย และถูกตั้งคำถามถึงความเป็นธรรมของหลักเกณฑ์ดังกล่าว
แรงกดดันจากสังคม ทำให้รัฐบาลต้องรับฟังเสียงสะท้อนของประชาชน โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้กระทรวงการคลังนำข้อกังวลต่าง ๆ มาพิจารณาทบทวน เพื่อไม่ให้ประชาชนที่มีความยากลำบากจริงได้รับผลกระทบจากหลักเกณฑ์ที่อาจไม่สะท้อนสภาพความเป็นจริง
ขณะที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เร่งนัดประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม เพื่อพิจารณาทบทวนเงื่อนไขต่าง ๆ ก่อนจะมีการประกาศหลักเกณฑ์อย่างเป็นทางการ
ล่าสุด ภายหลังการประชุมคณะกรรมการดังกล่าว นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติยกเลิกเงื่อนไขการนำชื่อบิดา มารดา ไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปี ออกจากหลักเกณฑ์การคัดกรองผู้มีสิทธิได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ในปี 2569
ส่วนเงื่อนไขอื่น ๆ ยังคงใช้ตามเดิม แต่จะมีการนำหลักเกณฑ์ทั้งหมดกลับมาพิจารณาอย่างรอบด้านอีกครั้ง ก่อนเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปทั้งหมดก่อนวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นวันที่จะประกาศรายชื่อผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่
สำหรับคำถามที่ว่า หลักเกณฑ์ดังกล่าวจะถูกนำกลับมาใช้ในอนาคตหรือไม่นั้น นายวินิจ ระบุว่า จะต้องรอการพิจารณาอีกครั้งเมื่อมีการเปิดลงทะเบียนรอบต่อไป
ขณะเดียวกัน ความคืบหน้าการตรวจสอบสิทธิผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม จำนวน 13.2 ล้านราย พบว่าขณะนี้มีผู้มายืนยันสิทธิแล้วกว่า 11.2 ล้านราย และมีผู้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติแล้วประมาณ 10.8ล้านราย
ส่วนปัญหาข้อมูลผิดพลาดที่เคยมีประมาณ 4 แสนราย ส่วนใหญ่เป็นความคลาดเคลื่อนเล็กน้อย เช่น การสะกดชื่อและนามสกุลผิด ซึ่งได้รับการแก้ไขแล้วเกือบทั้งหมด เหลือเพียงประมาณ 200 ราย ที่ยังมีปัญหา โดยยืนยันว่าประชาชนกลุ่มดังกล่าวไม่ต้องดำเนินการใด ๆ เพิ่มเติม เนื่องจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทยจะลงพื้นที่ไปให้ความช่วยเหลือเป็นรายบุคคล
นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มประชาชนอีก 2 กลุ่มสำคัญที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบสิทธิ ได้แก่ กลุ่มที่มีข้อมูลอยู่ในฐานข้อมูลของกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จำนวนกว่า 1 ล้าน 4 หมื่นราย ซึ่งขณะนี้ตรวจสอบไปแล้วกว่า 70 เปอร์เซ็นต์
รวมถึงกลุ่มตกหล่นที่ไม่มีชื่ออยู่ในฐานข้อมูลทั้งสองกระทรวง แต่เจ้าหน้าที่พบระหว่างการลงพื้นที่สำรวจอีกประมาณ 1 ล้าน 5 แสนราย โดยรัฐบาลยืนยันว่าจะตรวจสอบคุณสมบัติของทั้งสองกลุ่มให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 21 มิถุนายนนี้ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการเปิดลงทะเบียน
รัฐบาลย้ำว่า เป้าหมายสำคัญของการคัดกรองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐครั้งนี้ คือการนำความช่วยเหลือไปถึงผู้ยากไร้และผู้ที่ประสบความลำบากอย่างแท้จริงให้ได้อย่างครอบคลุมที่สุด ไม่ได้มีเป้าหมายในการตัดจำนวนผู้ได้รับสิทธิให้น้อยลง และไม่ได้ถูกจำกัดด้วยกรอบงบประมาณ
กรณีดังกล่าว ยังสะท้อนให้เห็นว่า เสียงสะท้อนจากประชาชนและกระแสสังคม ยังคงมีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดนโยบายสาธารณะของรัฐบาล และทำให้หลักเกณฑ์ที่ถูกตั้งคำถาม ต้องถูกนำกลับมาทบทวนอีกครั้ง เพื่อให้มาตรการช่วยเหลือของรัฐสามารถตอบโจทย์ผู้ที่เดือดร้อนอย่างแท้จริง มากกว่าการยึดติดกับตัวเลขหรือเงื่อนไขทางเทคนิคเพียงอย่างเดียว
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews