นายกฯ รับฟังข้อเสนอหอการค้าไทย เห็นชอบตั้ง กรอ. ร่วมรัฐ–เอกชน ยกระดับขีดความสามารถแข่งขัน ดันการค้า การลงทุน และ SMEs
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นำคณะกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นเกี่ยวกับเศรษฐกิจและการค้า
โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ข้อเสนอของภาคเอกชนมีทิศทางสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในหลายมิติ โดยรัฐบาลได้เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายสำคัญอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเร่งเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับประเทศคู่ค้าและภูมิภาคสำคัญ การดึงดูดการลงทุน การยกระดับผู้ประกอบการ SMEs การพัฒนาและแปรรูปภาคเกษตร การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและการประยุกต์ใช้ AI ตลอดจนการส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียว และการปรับปรุงกฎระเบียบภาครัฐให้โปร่งใส สะดวก และเอื้อต่อการดำเนินธุรกิจมากยิ่งขึ้น

นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า รัฐบาลพร้อมรับฟังข้อเสนอจากภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด และจะเร่งผลักดันความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคธุรกิจ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
“รัฐบาลเชื่อว่าการทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างมีศักยภาพ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเอกชนซึ่งเป็นกลไกสำคัญของการลงทุนและการจ้างงาน การหารือในวันนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อร่วมกันสร้างเงื่อนไขที่ดีที่สุดในการขยายการค้า การลงทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ”
นายกรัฐมนตรียังยืนยันว่า รัฐบาลเดินหน้าปราบปรามผู้มีอิทธิพลและกลุ่มอาชญากรรมทุกรูปแบบอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อสร้างความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว นักลงทุน และประชาชนทั่วประเทศ
ด้านนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลที่เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้าหารือและเสนอแนวทางความร่วมมือ โดยระบุว่าเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการรับฟังข้อเสนอจากภาคเอกชนอย่างเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศร่วมกัน โดยภาคเอกชนได้เสนอข้อเสนอแนะ 6 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
1. ข้อเสนอเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ อาทิ การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันแห่งชาติ (Zero Corruption) การปฏิรูปภาคเกษตร การเจรจาการค้าระหว่างประเทศ การสนับสนุนสินค้า Made in Thailand พร้อมเสนอในการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและภาคเอกชนรายสาขา เช่น พาณิชย์ เกษตร ท่องเที่ยว AI พลังงาน โลจิสติกส์ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม

2. ข้อเสนอเร่งด่วนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย อาทิ การกระตุ้นกำลังซื้อและการบริโภค การลดต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพ การเสริมสภาพคล่องของ SMEs และการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน เป็นต้น
3. ข้อเสนอการเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนภาครัฐ โดยเฉพาะด้านโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาครัฐ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจของประเทศ
4. มาตรการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมเข้มข้น (เร่งด่วน) อาทิ การลดขั้นตอนและค่าใช้จ่ายในการนำเข้าและขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวทุกสัญชาติที่มีนายจ้างและอยู่ในประเทศไทย และการวางแผนทดแทนแรงงานต่างด้าวในระยะยาว เป็นต้น
5. การยกระดับแพลตฟอร์มศิลปะและวัฒนธรรมของชาติ (New National Art and Culture Platform) เช่น การปรับปรุงหลักเกณฑ์เขตปลอดอากรประเภทหอศิลป์ (Art Free Zone) เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางนิทรรศการ การค้า การลงทุน และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ระดับภูมิภาค
6. แผนพัฒนาเศรษฐกิจภูมิภาค 5 ภาค ครอบคลุมกลุ่มประเภทธุรกิจสำคัญทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ประกอบด้วยด้านการเกษตรและอาหาร เช่น โครงการมหานครผลไม้เมืองร้อน ด้านท่องเที่ยวและบริการ เช่น โครงการยกระดับความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม เช่น โครงการแก้ไขปัญหาหมอกควัน PM 2.5 และไฟป่าภาคเหนือ
“เห็นควรให้จัดตั้ง กรอ. พร้อมคณะอนุกรรมการกลั่นกรอง โดยจะได้นำประเด็นการหารือต่างๆ มาเพื่อเดินหน้าความร่วมมือ และขอชื่นชมการจัดงาน THAIFEX – Anuga Asia ซึ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศไทยได้อย่างมากว่า ภาคเอกชนไทยถือเป็น back สำคัญให้กับประเทศ”
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews