ครั้งแรกในไทยยื่นฟ้อง FB-Line ปล่อยผู้เสียหายถูกหลอกลงทุนไร้ระบบป้องกัน

Video คลิปข่าวทั่วไป
สภาผู้บริโภคยื่นฟ้องแทนผู้เสียหาย 10 ราย ในคดีละเมิดสิทธิผู้บริโภคเอาผิดทั้งบริษัทแม่ของ เฟซบุ๊ก และเครือข่ายของแพลตฟอร์มข้ามชาติอื่น ๆ รวมทั้งธนาคารหลายแห่ง ฐานปล่อยให้มิจฉาชีพหลอกลวงผู้บริโภค โดยไร้ระบบป้องกัน ความเสียหายรวมกว่า 230 ล้านบาท

 

สภาผู้บริโภค พร้อมทนายความและตัวแทนกลุ่มผู้เสียหาย ยื่นฟ้องเป็นคดีแพ่งต่อศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก เพื่อเอาผิดแพลตฟอร์มข้ามชาติและธนาคารหลายแห่ง โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มแพลตฟอร์มออนไลน์ ในฐานะผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ฐานละเมิดสิทธิผู้บริโภค และกลุ่มธนาคารในฐานะผู้ให้บริการทางการเงินในฐานผิดสัญญาบริการ ผิดสัญญาฝากทรัพย์ และละเมิดสิทธิผู้บริโภค พร้อมเรียกเงินคืนและค่าเสียหาย เนื่องจากเห็นว่าแพลตฟอร์มและธนาคารปล่อยให้มิจฉาชีพใช้ระบบของตนหลอกลวงผู้บริโภค ทั้งที่มีหน้าที่ตามกฎหมายต้องตรวจสอบและป้องกัน

 

นางสาวนันณภัชสรณ์ เตชปัญญาพิพัฒน์ ทนายความ เปิดเผยว่า ผู้เสียหายทั้ง 10 ราย มีรูปแบบความเสียหายคล้ายกัน คือเห็นโฆษณาหลอกลวง (Scam Ads) หรือเพจเชิญชวนเรียนรู้การเล่นหุ้นบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ก่อนถูกหลอกให้โอนเงินผ่านบัญชีของมิจฉาชีพ ทุกคดีจึงฟ้องบริษัทกลุ่มแพลตฟอร์มเป็นจำเลย รวมถึงจำนวนธนาคารที่เกี่ยวข้องตามเส้นทางการเงินของผู้เสียหายในแต่ละราย โดยทั้ง 10 ราย เกิดความเสียหายรวมกว่า 230 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม คดีดังกล่าวถือเป็นคดียุทธศาสตร์ จึงต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ และแม้จะมีผู้เสียหายหลายรายก็ไม่อาจฟ้องเป็นคดีกลุ่มได้ เพราะลักษณะข้อเท็จจริงแตกต่างกัน จึงต้องแยกฟ้องเป็นรายกรณีนำร่อง

 

สำหรับคดีตัวอย่างที่ยื่นฟ้องในวันนี้ แบ่งกลุ่มบริษัทที่ถูกฟ้องร้องเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ 1. กลุ่มแพลตฟอร์ม มีบริษัท เมตา (Meta Platforms, Inc) ที่เป็นเจ้าของเฟซบุ๊ก(Facebook) เจ้าของบริษัท ไลน์ (LINE) และบริษัท แอปเปิล (Apple) 2. กลุ่มสถาบันทางการเงิน

 

มีผู้เสียหายรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ตนเองถูกหลอกหลอกลวงให้ลงทุนเทรดหุ้นผ่าน Facebook จากนั้นก็ให้ไปติดต่อพูดคุยผ่านช่องช่องทางแอพพลิเคชัน LINE จากนั้นก็แนะนำให้ไปโหลดแอพพลิเคชันทาง App Store ทำเป็นขบวนการอย่างน่าเชื่อถือ ทำให้ตนเองถูกหลอกได้รับความเสียหายไปถึง 165 ล้านบาท จากนั้นก็ได้ไปร้องเรียนกับหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. และธนาคารแห่งประเทศไทย แต่ก็ไม่ได้รับการช่วยเหลือ เรื่องเงียบหายไป อ้างว่าไม่เข้าหลักเกณฑ์ให้คณะกรรมการพิจารณาในการดำเนินการ ทำให้รู้สึกเสื่อมศรัทธากับหน่วยงานที่น่าจะให้ความช่วยเหลือกับตนเองได้ จึงตัดสินใจไปขอความช่วยเหลือสภาผู้บริโภคเพื่อฟ้องร้องทางแพ่งร่วมกัน

 

ด้าน นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้การฟ้องร้องในครั้งนี้แตกต่างจากคดีอื่นคือการฟ้องให้ถึงบริษัทแม่ในต่างประเทศ ซึ่งเป็นผู้ควบคุมระบบการควบคุมการโฆษณาหลอกลวงตัวจริง กำหนดนโยบายทั่วโลก ราคา ส่วนแบ่งรายได้ และรับกำไรสุทธิในท้ายที่สุด ความเสียหายของผู้บริโภคต้องเรียกร้องไปให้ถึงคนที่คุมระบบและผู้ให้บริการทางการเงิน ไม่ใช่ปล่อยให้ผู้เสียหายแบกความเสียหายเพียงลำพัง และการฟ้องครั้งนี้ยังมีเป้าหมายเพื่อป้องกันและป้องปรามให้แพลตฟอร์มและธนาคารยกระดับมาตรการคุ้มครองผู้บริโภค พร้อมผลักดันการแก้ไขกฎหมายที่ปัจจุบันยังขาดบทลงโทษชัดเจนขาดกลไกการเยียวยาความเสียหายผู้บริโภคต้องฟ้องร้องด้วยตนเอง
อย่างไรก็ตาม ศาลแพ่งนัดพร้อมคู่ความในวันที่ 3 สิงหาคมนี้

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่