“อภิสิทธิ์” ซัดรัฐบาลแก้เศรษฐกิจหลงทิศ ห่วงไล่บี้ “บัตรคนจน” บีบเลือกสิทธิ์ ทำลูกกลายเป็นอกตัญญู จี้ ทบทวนกติกาใหม่ ขณะแปลกใจท่าที “ภูมิใจไทย” พลิกลิ้นปม รธน. เตรียมเข้าพบศาล รธน. หาความชัดเจน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองในปัจจุบัน โดยระบุว่า จากการลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน พบว่า มีเสียงสะท้อนเรื่องความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจ
อย่างหนาหู แม้รัฐบาลจะมีความพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการไทยช่วยไทย พลัส แต่ร้านค้ารายย่อยจำนวนมาก ยังคงซบเซาและได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีข้อกฎหมายเงินกู้ 2 แสนล้านบาทของรัฐบาลว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งส่วนตัวมองว่า คำชี้แจงของรัฐบาลยังไม่ตรงประเด็น และไม่สามารถเชื่อมโยงได้ว่าเงินจำนวนนี้จะเข้ามาแก้ปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจได้อย่างไร เพราะปัญหาความมั่นคงทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน ไม่ใช่เรื่องของกำลังซื้อเป็นหลัก ซึ่งตัวเลขจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็ยืนยันชัดเจน การทุ่มเงินลงไป จึงไม่ได้ตอบโจทย์เรื่องต้นทุน และยังมีวิธีอื่นอีกมากที่ทำได้โดยไม่จำเป็นต้องกู้เงิน
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นคาบเกี่ยวไปถึงนโยบาย “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” (บัตรคนจน) ที่ไปผูกโยงกับเรื่องการยื่นภาษี ซึ่งนายอภิสิทธิ์ ระบุว่า รัฐมนตรีคลัง ย้ำเสมอว่า การช่วยต้องเป็นแบบ “มุ่งเป้า” (Targeting)แต่ทางปฏิบัติกลับสวนทาง คนฐานะดีบางส่วน ยังได้สิทธิ์ แต่รัฐกลับมาไล่บี้ตัดสิทธิ์ผู้ถือบัตรตัวจริง เพียงเพราะลูกหลานกตัญญูส่งเงินมาช่วยจุนเจือและนำไปหักลดหย่อนภาษี
โดยตอนนี้รัฐมาบังคับให้ประชาชนกลุ่มเปราะบางเลือกว่าจะใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีของลูก หรือจะถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กลายเป็นว่าทำให้ลูกกลายเป็นคนอกตัญญู เพราะทำให้พ่อแม่เสียสิทธิ์หรือถูกฟ้องร้อง นี่คือการกวดขันที่ผิดที่ผิดทางอย่างยิ่ง ซ้ำร้ายกว่านั้น ประชาชนที่ถูกตัดสิทธิ์ บัตรคนจนจากเงื่อนไขนี้ ไม่สามารถกลับไปลงทะเบียนร่วมโครงการ ไทยช่วยไทย พลัสได้อีก เนื่องจากหมดเขตไปแล้ว จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนเรื่องนี้โดยเร่งด่วน
สำหรับประเด็นทางการเมือง นายอภิสิทธิ์ แสดงความแปลกใจต่อท่าทีขัดแย้งกันเองของพรรคร่วมรัฐบาล (เพื่อไทย และ ภูมิใจไทย) ในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่า พรรคภูมิใจไทยเคยลงมติรับหลักการร่างแก้ไขที่คล้ายกันนี้มาก่อน แต่ล่าสุดกลับตั้งแง่เรื่องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมเลือก สสร. ว่า อาจขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งที่ศาลฯ เพียงแต่ระบุว่า “ไม่ให้เลือกโดยตรง” เท่านั้น
“ในฐานะที่ผมอยู่ในคณะกรรมาธิการกิจการศาลและองค์กรอิสระ เรากำลังจะเดินทางไปเข้าพบศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอความกระจ่างในเรื่องนี้ว่า คำว่า “ไม่ให้เลือกโดยตรง” นั้นหมายความว่าอย่างไร ซึ่งน่าจะช่วยคลี่คลายปมปัญหา ตรงนี้ได้” นายอภิสิทธิ์ กล่าวทิ้งท้าย
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews