“ภราดร” ยันถอนชื่อร่างแก้ รธน.ไม่กระทบสัมพันธ์เพื่อไทย

การเมือง ข่าว
“ภราดร” ยัน ไม่กระทบสัมพันธ์ “ภูมิใจไทย-เพื่อไทย” หลังถอนชื่อหนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ระบุ มีการคุยข้อกังวลกันก่อนแล้ว หวั่น ขัดคำวินิจฉัยศาล รธน. ไม่ฟันธง พท.กลับไปแก้ จะร่วมหนุนใหม่หรือไม่

 

นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคภูมิใจไทย ) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรค มีมติถอนชื่อออกจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับพรรคเพื่อไทย ว่า ได้มีการหารือกัน ซึ่งมีข้อกังวล จากฝ่ายกฎหมาย และผู้ที่ดูเรื่องรัฐธรรมนูญ ทั้งนายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ ประธานคณะทำงานด้านกฎหมายของพรรค ที่ได้มีการท้วงติงถึงร่างกฎหมายของพรรคเพื่อไทยว่าจะมีปัญหาขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีคำวินิจฉัยไว้ว่า

สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ห้ามมาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง โดยในร่างของพรรคเพื่อไทย ได้กำหนดไว้ว่า ให้แต่ละจังหวัดไปเลือก ส.ส.ร.ให้เหลือ 3 คน และส่งให้รัฐสภาเป็นผู้เลือกให้เหลือจังหวัดละ 1 คน มองว่า มันอาจจะสุ่มเสี่ยงต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เป็นข้อกังวลของทีมกฎหมายพรรค

 

นายภราดร กล่าวว่า ได้มีการหารือกับพรรคเพื่อไทย ถึงกรณีที่มี สส.ของภูมิใจไทย 30 คน ไปร่วมลงชื่อในร่างของพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีข้อกังวลในเรื่องข้อกฎหมาย จึงขอใช้สิทธิขออนุญาตไม่สนับสนุนร่างของเพื่อไทยเพียงเท่านั้น
โดยได้พูดคุยกับพรรคแล้ว ส่วนตัวได้คุยกับนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรค นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะเลขาธิการพรรค

เมื่อถามถึงกรณี หากพรรคเพื่อไทย จะนำร่างกลับไปแก้ไข นายภราดร กล่าวว่า ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ได้บอกข้อกังวลแล้วว่า ข้อกังวลคืออะไร จึงสุดแท้แต่พรรคเพื่อไทย จะไปพูดคุยกันภายในพรรคว่า มีความเห็นต่อ
ข้อกังวลของพวกตนอย่างไร และจะไปดำเนินการแก้ไขร่างอย่างไร ก็สุดแล้วแต่ทางพรรคเพื่อไทย เมื่อถามย้ำว่า หากมีการแก้ไขในข้อกังวลแล้ว พรรคภูมิใจไทยจะร่วมลงชื่อหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ขอพิจารณาก่อน
แต่จริงๆ ได้มีการหารือกันมาตลอด ซึ่ง 2 พรรค หารือกันตั้งแต่วันแรก

 

ได้คุยกับนายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ซึ่งนายชูศักดิ์บอกว่า พรรคเพื่อไทย มี 70 คน ไม่สามารถที่จะยื่นได้ ตนก็ยืนยันว่า พร้อมที่จะให้การสนับสนุน แต่เมื่อมีข้อกังวล เช่นนี้ก็ต้องเรียนไปตรงๆ

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะกระทบความสัมพันธ์ในพรรคร่วมหรือไม่ นายภราดร ยืนยันว่า ไม่มี ถ้าจะกระทบ คือไม่ได้มีการพูดคุยกัน อย่างนี้อาจจะมีความเข้าใจผิดกันได้บ้าง แต่เมื่อมีการพูดคุยหารือกัน ตนเชื่อว่าไม่กระทบกระเทือนกัน ซึ่งขอให้แยกส่วนฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหาร เหมือนที่นายจุลพันธ์ให้สัมภาษณ์ว่า ฝ่ายนิติบัญญัติ ทางรัฐสภาก็ดำเนินการกันไป มีข้อกังวลตรงไหนก็พูดคุยกัน ส่วนฝ่ายบริหารก็ทำงานของฝ่ายบริหารไป

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่