วิจารณ์สนั่น! ลูกค้าเจอโจรบุกห้องพักรีสอร์ตเกาะเสม็ด

ทั่วไป ข่าว
กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ออกมาโพสต์เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างเข้าพักรีสอร์ตแห่งหนึ่งบนเกาะเสม็ด จังหวัดระยองโดย เจ้าตัวเจอคนร้ายบุกเข้าห้องพักของเพื่อนในช่วงกลางดึกจนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยและการรับมือของทางโรงแรมขณะที่ล่าสุดรีสอร์ตได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงในหลายประเด็น

 

ดราม่าบนเกาะเสม็ดยังคงถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง หลังผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง
ออกมาโพสต์เล่าเหตุการณ์ระหว่างเข้าพักกับกลุ่มเพื่อนรวม 12 คน ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งบริเวณอ่าวช่อโดยระบุว่าเพื่อนในกลุ่มถูกชายแปลกหน้าบุกเข้าห้องพักในช่วงกลางดึกพร้อมตั้งข้อสังเกตถึงระบบรักษาความปลอดภัยและการเข้าช่วยเหลือของทางโรงแรมซึ่งโพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจและถูกแชร์ออกไปเป็นจำนวนมาก

 

ผู้โพสต์ระบุว่า หลังเกิดเหตุ กลุ่มผู้เข้าพักได้ร้องขอความช่วยเหลือและตะโกนเรียกพนักงานเป็นเวลานานพร้อมตั้งคำถามถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยของโรงแรมรวมถึงไม่สบายใจกับการสื่อสารและการจัดการหลังเกิดเหตุ
จนตัดสินใจย้ายออกจากที่พักและเดินทางกลับเข้าฝั่งระยอง

 

ต่อมา รีสอร์ตที่ถูกพาดพิงได้ออกแถลงการณ์ชี้แจง โดยระบุว่าผู้ก่อเหตุเป็นบุคคลภายนอกไม่ใช่พนักงานของโรงแรมและไม่ได้เป็นผู้พักอาศัยบนเกาะเสม็ดพร้อมยืนยันว่าหลังได้รับแจ้งเหตุ พนักงานสามารถติดตามตัวผู้ก่อเหตุได้ภายในเวลาประมาณ 30 นาทีก่อนนำตัวมาให้ผู้เสียหายชี้ยืนยันและส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

ในประเด็นด้านความปลอดภัย ทางรีสอร์ตชี้แจงว่า ในวันเกิดเหตุมี Manager on Dutyปฏิบัติหน้าที่ตรวจตราพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเมื่อได้รับทราบเหตุการณ์ได้เข้าตรวจสอบและประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที ซึ่งตำรวจเดินทางมาถึงภายในเวลาประมาณ 15 นาที

 

อย่างไรก็ตาม โรงแรมยอมรับว่าไม่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำโดยตรงแต่ใช้ระบบการดูแลพื้นที่ผ่าน Manager on Dutyและภายหลังเกิดเหตุได้เพิ่มการตรวจตราพื้นที่ในช่วงเวลากลางคืน

 

ส่วนประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับคำพูดของผู้จัดการทั่วไป หรือ GM
ทางรีสอร์ตระบุว่าอาจเกิดความคลาดเคลื่อนในการสื่อสาร โดยยืนยันว่าหลังเกิดเหตุกลุ่มผู้เสียหายได้ย้ายออกไปพักที่อื่นทันที และหากประสงค์จะเข้าพักต่อในวันตามกำหนดการจองโรงแรมยังคงสงวนห้องพักไว้ตามเดิม แต่สำหรับห้องที่เป็นจุดเกิดเหตุจะจัดหาห้องอื่นให้ผู้เสียหาย และยืนยันว่าไม่ได้เปิดให้ลูกค้ารายอื่นเข้าพักในห้องดังกล่าว

 

นอกจากนี้ รีสอร์ตยังยืนยันว่าไม่ได้พยายามปกปิดข้อมูล พร้อมระบุว่าได้ประสานงานและอัปเดตความคืบหน้าของคดีให้ผู้เสียหายรับทราบอย่างต่อเนื่องรวมถึงให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ
โดยผู้บริหารและพนักงานได้กล่าวขออภัยต่อผู้เสียหายและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นที่จับตาของสังคมออนไลน์โดยมีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางถึงมาตรฐานความปลอดภัยของสถานที่พักและการรับมือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินกับนักท่องเที่ยว

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่