“ชัชชาติ” โดนซะแล้ว! ถูกแฉซื้อขายตำแหน่ง

Video คลิปข่าวทั่วไป

 

 เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ปี 2569 ที่กำลังเคาท์ดาวน์สู่โค้งสุดท้าย นอกจากการเชือดเฉือนกันด้วยวิสัยทัศน์และนโยบายพัฒนาเมืองแล้ว สิ่งที่ทุกค่ายงัดขึ้นมาเป็นจุดขายหลักคือ “เจตจำนงการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันในรั้วศาลาว่าการ กทม.”

 

แต่แล้ว ในวันนี้ (3 มิถุนายน 2569) สปอตไลต์ดวงใหญ่กลับสาดแสงไปที่ตัวเต็งอันดับหนึ่งอย่าง “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” เมื่อจู่ๆ เกิดกระแสเปิดโปงปมร้อนเรื่อง “ระบบเส้นสาย” และข้อกล่าวหาฉาวเกี่ยวกับการซื้อขายเก้าอี้ข้าราชการระดับสูงระดับผู้อำนวยการเขต วงเงินสูงถึง 4 ล้านบาท ลามเป็นไฟลามทุ่งเขย่าเก้าอี้แชมป์เก่าจนเจ้าตัวต้องออกโรงโต้เดือด

 

ชนวนเหตุครั้งนี้ปะทุขึ้นเมื่อ “คริส โปตระนันทน์” จากพรรคเศรษฐกิจ เตรียมตั้งโต๊ะแถลงข่าวแฉขบวนการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการที่ไม่เป็นธรรมในสังกัด กทม. โดยระบุว่า มีการอ้างชื่อและซื้อขายตำแหน่ง ผอ.เขต สูงถึง 4 ล้านบาท

 

สอดรับกับกระแสก่อนหน้านี้ที่มีการพูดถึง “ระบอบอากง” หรือกลุ่มอิทธิพลมืดหลังบ้านที่มีอำนาจชี้เป็นชี้ตาย โยกย้ายข้าราชการและคุมงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างรายใหญ่ จนทำให้นักการเมืองหลายฝ่ายออกมากระทุ้งถามแชมป์เก่าว่า 4 ปีที่ผ่านมา กรุงเทพฯ เปลี่ยนไปจริงหรือ หรือแค่มีผู้ว่าฯ ไลฟ์สดมากขึ้น แต่ระบบรับส่วยและเก้าอี้ “เต้าไต่” ยังคงฝังรากลึกเหมือนเดิม

 

ทันทีที่พายุลูกใหญ่ถล่มใส่ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” เจ้าตัวออกมาลอยตัวเหนือความกังวล พร้อมสวนกลับแบบตาต่อตาฟันต่อฟันทันที ท้าทายให้ ”คริส“ นำหลักฐานทั้งหมดไปยื่นต่อ ป.ป.ช. อย่าทำเพียงแค่พูดดิสเครดิตช่วงเลือกตั้ง พร้อมย้ำชัดว่า ตนเองไม่มีทางทำเรื่องทุจริตแต่งตั้งข้าราชการเด็ดขาด เพราะนั่นคือ “จุดแห่งความหายนะ” ทางการเมือง

 

”ชัชชาติ“ ระบุว่า คำว่า “ระบบอากง” เป็นสิ่งที่ตั้งขึ้นมาเองเพื่อปั่นกระแส พร้อมตั้งข้อสังเกตเดือดว่า ทีมงานที่ออกมาแฉก็เป็นคนคุ้นเคยที่เคยคุยกันในสภา กทม. มาตลอด ทำไมเพิ่งมาพูดเอาตอนใกล้หย่อนบัตรเลือกตั้ง และส่งสัญญาณเตือนผ่านทีมกฎหมายว่า หากข้อมูลที่นำมาแถลงเป็นการบิดเบือน มีโทษทางอาญาแน่นอน

 

”ชัชชาติ“ บอกอีกว่า เรื่องซื้อขายตำแหน่ง เราไม่ทำอยู่แล้ว ถ้านายคริส มั่นใจก็แถลงมาแล้วไปแจ้งความจับเลย ถ้ามีข้อมูลชัดเจนไปแจ้ง ป.ป.ช. เลย อย่ามาแต่พูดอย่างเดียว อนาคตตนไม่ใช่มีแค่นี้ อนาคตยังอีกไกล เจ้านายเราคือประชาชน ถ้าเอาคนทุจริตเข้ามา นโยบายเราก็ไม่ได้รับการปฏิบัติ

 

ขณะที่ค่ายคู่แข่งสีส้มอย่างพรรคประชาชน “ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร” ได้ใช้จังหวะนี้ร่วมผสมโรงตั้งคำถามเชิงระบบ โดยมองว่า การเปิดโปงครั้งนี้เป็นเรื่องดีที่ประชาชนจะได้ร่วมตรวจสอบ เพราะคนจะมาเป็นนักการเมืองต้องพร้อมโปร่งใส

 

ดร.โจ มองว่า เรื่องการโยกย้ายข้าราชการและการคอร์รัปชัน สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่เครื่องมือหรือเทคโนโลยี AI แต่คือ “เจตจำนงของฝ่ายบริหาร” พร้อมโชว์แนวคิดบล็อกงบประมาณโกงตั้งแต่ต้นน้ำด้วยระบบ “กรุงเทพโปร่งใส AI จับโกง” เพื่อป้องกันส่วยลู่วิ่งหรืออุปกรณ์ออกกำลังกายราคาแพงเกินจริง

 

ดังนั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่า ศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. ในโค้งสุดท้ายนี้ ประเด็น “ระบอบอากง” และตั๋ว ผอ.เขต 4 ล้านบาท ได้กลายเป็นเผือกร้อนก้อนใหญ่ที่ท้าทายศรัทธาของคนกรุง คำแถลงพร้อมหลักเกณฑ์ที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าแชมป์เก่าจะรักษากระแสแลนด์สไลด์ไว้ได้ หรือจะเพลี่ยงพล้ำในสนามท้องถิ่นเพราะพิษข่าวส่วยโยกย้ายข้าราชการ ประชาชนชาวกรุงเทพฯ จะเป็นผู้ให้คำตอบในวันที่ 28 มิถุนายนนี้

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่