ตร.เตือน ปชช.แลกเงินไทยช่วยไทยพลัส ผิดฐานฉ้อโกง

Hot Clips Video

 

โครงการไทยช่วยไทยพลัส ถือกำเนิดขึ้นมา เพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตพลังงานที่ได้ส่งผลต่อประชาชนทุกสาขาอาชีพและผู้ประกอบการอย่างฉับพลัน รุนแรง มีความไม่แน่นอนสูง โดยมุ่งเน้นช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบางผ่านกลไกของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) และ บรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและประคับประคองกำลังซื้อภาคประชาชนรวมถึงช่วยเหลือผู้ค้าขายรายย่อยให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างจำเป็นรีบด่วน

 

 

 

และเพื่อเป็นการเตือนประชาชน เพื่อไม่ให้ใช้เงินสนับสนุนจากรัฐบาล ไปในทางที่ผิดจากวัตถุประสงค์ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณี ที่มีประชาชนใช้ช่องว่างของโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส ในการรับแลกเงิน พล.ต.อ.นิรันดร บอกว่า โครงการดังกล่าวรัฐบาลทำเพื่อประชาชนที่ได้สิทธิ์นำเงินมาใช้จ่ายแบ่งเบาค่าครองชีพ แต่หากมีบางคนใช้ช่องว่างของโครงการไปทำให้ผิดเงื่อนไข ไม่ว่าตั้งใจ หรือ เจตนา ก็ถือว่ามีความผิด ในข้อหา ร่วมฉ้อโกง ตามมาตรา ม.341 มีโทษจำคุก 3 ปี ปรับ 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

โดยลักษณะความผิด ไม่ว่าจะเป็นการรับแลกเงินโครงการโดยตรง หรือ ทำทีเป็นซื้อของในราคาต่ำแต่ไม่เก็บเงินโครงการราคาเต็มและจ่ายส่วนต่างกัน ไม่ว่าวิธีไหนก็ถือว่ามีความผิดทั้งหมด ส่วนจะมาอ้างว่าไม่ทราบ ไม่รู้นั้นไม่ได้ เพราะพฤติการณ์นั้นต้องรับรู้กันทั้งคู่ ก็ถือว่าร่วมกันฉ้อโกง ซึ่งหากตรวจพบก็อาจจะระงับไม่ให้เข้ารับสิทธิ์อื่นๆ ในโครงการของรัฐ และต้องชดใช้เงินคืนรัฐ

พล.ต.อ.นิรันดร ย้ำอีกว่า แม้จะรับรู้กัน 2 คน แต่รัฐบาลมีระบบการตรวจสอบได้ในการกระทำความผิด เพราะยังไงก็ต้องมีร่องรอยการทำผิด หากรัฐตรวจสอบเจอก็จะดำเนินการทันที หรือหากมีประชาชนจะแจ้งเบาะแสสามารถแจ้งได้ที่สายด่วนของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1559 ตลอด 24 ชั่วโมง

ขณะที่ นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน

สำหรับข่าวปลอมที่น่าสนใจ คือ เรื่อง “กดรับเงินไทยช่วยไทยพลัส 900 บาทต่อวัน ผ่านลิงก์ SMS” กระทรวงดีอีได้ตรวจสอบร่วมกับ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง พบว่า ข้อความ SMS ดังกล่าว ได้แนบ “ลิงก์ปลอม” ดังนั้นจึงขอเตือนประชาชนอย่ากดลิงก์ที่แนบมากับ SMS ที่มิจฉาชีพแอบอ้างให้รับสิทธิหรือเงินช่วยเหลือ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการโดนนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบ ตลอดจนสูญเสียทรัพย์สิน

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่