“มัลลิกา” ลุยหาเสียงชูนโยบายกรุงเทพฯ ปลอดภัย 24 ชั่วโมง

ทั่วไป ข่าว
“มัลลิกา” ลุยหาเสียงชูนโยบายกรุงเทพฯ ปลอดภัย 24 ชั่วโมง ใช้ AI เฝ้าระวังจุดเสี่ยงทั่วเมือง พร้อมประกาศลุยปราบทุนเทา-ต่างด้าวแย่งอาชีพคนไทย

 

นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. เบอร์ 14 ในนามอิสระ ลงพื้นที่บริเวณใต้สะพานพระปิ่นเกล้าและถนนพระอาทิตย์ เขตพระนคร พร้อมประกาศนโยบาย “กรุงเทพฯ ปลอดภัย 24 ชั่วโมง” โดยชี้ว่าปัญหาจุดมืด จุดเสี่ยง และพื้นที่อันตรายในกรุงเทพมหานคร ยังคงเป็นปัญหาสำคัญที่กระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครยังมีหลายพื้นที่ที่ถูกจัดเป็นจุดเสี่ยงต่ออาชญากรรม อาทิ ทางเดินเลียบคลองแสนแสบ ซอยลาดพร้าว 101 พื้นที่ใต้สะพานพระปิ่นเกล้า สถานี BRT วัดดอกไม้ ถนนรัชดาภิเษกช่วงพระราม 9–เทียมร่วมมิตร รวมถึงสะพานลอยคนข้ามหลายแห่งที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอในช่วงกลางคืน

 

“เมืองที่ดีไม่ใช่เมืองที่ปลอดภัยเฉพาะตอนกลางวัน แต่ต้องเป็นเมืองที่ประชาชนรู้สึกปลอดภัยได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้หญิง ผู้สูงอายุ นักท่องเที่ยว หรือคนที่ต้องเดินทางกลับบ้านดึก”

ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 14 เสนอใช้ระบบ AI Prompt และ AI Traffic เชื่อมต่อกับกล้อง CCTV เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมหรือเหตุผิดปกติแบบเรียลไทม์ และส่งสัญญาณเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้พื้นที่เกิดเหตุทันที ลดการพึ่งพาการติดตามคนร้ายหลังเกิดเหตุ และเปลี่ยนสู่ระบบป้องกันเชิงรุก

 

สำหรับมาตรการหลักด้านความปลอดภัย ประกอบด้วย 4 แนวทางสำคัญ ได้แก่ 1.สำรวจและจัดทำฐานข้อมูลจุดเสี่ยงทั่วกรุงเทพฯ พร้อมเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนตรวจสอบได้ 2.เพิ่มไฟส่องสว่าง LED ปรับปรุงภูมิทัศน์ ตัดแต่งต้นไม้ และติดตั้งไฟโซลาร์เซลล์ในพื้นที่เสี่ยง 3.ยกระดับกล้อง CCTV สู่ระบบอัจฉริยะ เชื่อมศูนย์เฝ้าระวังแบบเรียลไทม์ และ 4.เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแจ้งเหตุและเฝ้าระวังความปลอดภัยในชุมชน

 

นอกจากนี้ นางมัลลิกา ยังหยิบยกปัญหาทุนสีเทา แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย และการแย่งอาชีพคนไทยขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งวาระสำคัญ โดยระบุว่าผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีอำนาจตามกฎหมายในการจัดระเบียบเมืองและดูแลความสงบเรียบร้อย ไม่ควรใช้ข้ออ้างเรื่อง “ไม่มีอำนาจ” ในการหลีกเลี่ยงการแก้ปัญหา ดังนั้น ถ้าตนเป็นผู้ว่าฯ จะไม่ยอมให้คำว่าไม่มีอำนาจมาเป็นข้ออ้างบดบังความไร้ประสิทธิภาพ

 

เรามีกฎหมายและทีมงานที่พร้อมลุยทันที พร้อมประกาศแนวทางจัดการ 3 ด้าน ได้แก่

 

1. กวาดล้างหาบเร่แผงลอยผิดกฎหมายและแรงงานเถื่อนที่แย่งอาชีพคนไทย

2. ตรวจสอบและดำเนินการกับหอพักหรืออาคารผิดกฎหมายที่เป็นแหล่งพักพิงของแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย

3. ตั้งศูนย์เฉพาะกิจร่วมกับตำรวจ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกรมการจัดหางาน เพื่อตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงทั่วกรุงเทพฯ

 

นางมัลลิกา ย้ำว่า ผู้บริหารเมืองหลวงต้องเป็นผู้นำที่กล้าใช้อำนาจตามกฎหมายเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชน ไม่ใช่เพียงอธิบายข้อจำกัดของระบบราชการ พร้อมประกาศว่าหากได้รับเลือก จะเดินหน้านโยบายความปลอดภัยและการจัดระเบียบเมืองอย่างจริงจังตั้งแต่วันแรกของการทำงาน

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่