“ชัชชาติ เบอร์ 9” ลุยฝั่งธนฯ เปิดกลยุทธ์ติดป้ายหาเสียงมิติใหม่

ทั่วไป ข่าว
“ชัชชาติ เบอร์ 9” ลุยหาเสียงฝั่งธนฯ พร้อมตรวจงาน ชู Action Plan มีตัวชี้วัดชัดเจน เผยกลยุทธ์ติดป้ายหาเสียงมิติใหม่ ใช้บิลบอร์ด 15 วินาที ลดขยะเมือง แก้ปัญหาป้ายกีดขวาง

 

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 9 ลงพื้นที่หาเสียงในพื้นที่ชุมชนวัดโพธิ์เรียง เขตบางกอกน้อย พบปะประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าในชุมชน ร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาในพื้นที่ โดยเฉพาะเรื่องการลอกท่อและปัญหาน้ำท่วมขังในชุมชน ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่น มีประชาชนจำนวนมากร่วมถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ซึ่งในระหว่างลงพื้นที่ ยังได้เข้ากราบนมัสการเจ้าอาวาสวัดโพธิ์เรียง และกราบสักการะพระประธานเพื่อความเป็นสิริมงคลด้วย

 

นายชัชชาติ ยังได้ลงพื้นที่สำรวจโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสีย บริเวณคลองด้านหลังวัดโพธิ์เรียง ที่มีความล่าช้าและหยุดชะงักมานานกว่า 2 ปี โดยระบุว่า โครงการดังกล่าวเป็นหนึ่งในปัญหาที่น่าหนักใจที่สุดของพื้นที่ฝั่งธนบุรี และเป็นเพียงไม่กี่โครงการของ กทม. ที่ยังมีปัญหาค้างคาอยู่ ซึ่งโครงการนี้ได้เริ่มดำเนินการมาก่อนที่ตนเองจะเข้ามารับตำแหน่งในสมัยแรก จนเป็นปัญหาที่สะสมมาจนถึงปัจจุบันและต้องเร่งแก้ไข

 

จากนั้น ได้เดินเท้าหาเสียงต่อ ไปที่วัดอัมพวา ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนและเจ้าของห้างร้านริมทาง ออกมาทักทายและขอถ่ายรูปอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงผู้ที่สัญจรบนท้องถนนที่ต่างลดกระจกรถยนต์ บีบแตรและโบกมือให้กำลังใจ

ตลอดเส้นทาง นายชัชชาติ ได้เน้นย้ำ ถึงนโยบายการพัฒนาเมืองที่สำคัญ เช่น โครงการนำสายไฟฟ้าลงดิน การปรับปรุงป้ายรถเมล์ให้ทันสมัย รวมถึงการพัฒนาทางเท้าให้มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ซึ่งนอกจากจะเพิ่มความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้คนเดินเท้าแล้ว ยังเป็นกลไกสำคัญในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจระดับเส้นเลือดฝอยริมถนนอีกด้วย

 

นายชัชชาติ เปิดเผยถึงกลยุทธ์การหาเสียงครั้งนี้ว่า มีนโยบายลดการติดตั้งป้ายหาเสียงในพื้นที่สาธารณะให้เหลือน้อยที่สุด หรือไม่มีเลย เพื่อแก้ปัญหากีดขวางทาง และลดปัญหาขยะ โดยจะเน้นใช้สื่อออนไลน์ และติดตั้งป้ายบิลบอร์ดแทน ซึ่งการเช่าบิลบอร์ดนั้น ใช้ต้นทุนเมีเพียงหลักหมื่นบาทจากการเช่าเวลาสั้น ๆ แค่ 15 วินาที

 

ซึ่งถือถูกกว่าการทำป้าย อีกทั้งเมื่อประชาชนถ่ายภาพนำไปแชร์ต่อในโซเชียล ก็จะเกิดการกระจายข่าวสารด้วยต้นทุนที่ต่ำและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า อาจจะการปรับแผนบ้างเล็กน้อย หลังมีเสียงสะท้อนจากกลุ่มผู้สูงอายุในชุมชนว่า ไม่เห็นป้าย ทำให้ไม่ทราบหมายเลขที่ใช้หาเสียง โดยอาจต้องกระจายป้ายหาเสียงไปในชุมชนย่อย ที่เป็นเส้นเลือดฝอยแทนการติดในที่สาธารณะ

นายชัชชาติ กล่าวด้วยว่า การลงพื้นที่ทุกครั้งมีประโยชน์เสมอ เพราะเป้าหมายไม่ใช่เพียงการหาเสียงแต่เป็นการตรวจงานและตรวจสอบปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข เช่น ปัญหาห้องน้ำในชุมชนที่ชาวบ้านเคยร้องเรียนไว้

 

“แม้ขณะนี้จะไม่สามารถรับปากแก้ไขให้ได้ทันทีเพราะอาจผิดกฎหมายเลือกตั้ง แต่ก็เป็นการเก็บข้อมูลเพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนานโยบายต่อไป”

 

ส่วน Feedback หลังจากการแถลงนโยบายเมื่อวานนี้ นายชัชชาติ เปิดเผยว่า มีประเด็นเรื่องเว็บไซต์ที่เดิมใช้ชื่อ “ทีมชัชชาติ” เป็นภาษาอังกฤษ ทำให้เข้าถึงยาก ล่าสุดจึงได้เปลี่ยนมาใช้ลิงก์ภาษาไทยแล้ว พร้อมย้ำว่านโยบายมีการอัปเดตเพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลาตามปัญหาที่พบจากการลงพื้นที่จริง เช่น นโยบายศูนย์วิจัยบำบัดผู้สูงอายุที่ได้ข้อมูลมาจากเขตคลองเตย ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่สุดของการหาเสียงคือ Action Plan หรือแผนที่มีตัวชี้วัดชัดเจน ตรวจสอบที่มาที่ไปได้ เพราะนั่นคือพันธสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน”

ส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่า มีผู้สมัคร ส.ก. บางรายพยายามทุ่มเงินเพื่อล็อกหมายเลขผู้สมัครให้ได้เบอร์ 9 เหมือนกับนายชัชชาตินั้น เรื่องนี้ตนเองได้ยินมาบ้าง แต่ไม่ทราบรายละเอียด ส่วนตัวมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่มีประโยชน์และไม่คุ้มค่า แต่การจ่ายเงินจ้างหัวละ 10,000 บาท เพื่อล็อกเลขจะเข้าข่ายการทุจริตหรือไม่นั้น เป็นหน้าที่ของกกต. ในการตรวจสอบ แต่โดยส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่