“ชัยชนะ”แฉจีนเทา ใช้ร้านอาหาร-ผับบังหน้า ฟอกเงินสแกมเมอร์

การเมือง ข่าว

 

“ชัยชนะ”แฉขบวนการจีนเทา ใช้ร้านอาหาร-ผับบังหน้า ฟอกเงินสแกมเมอร์กลางกรุง จี้ ตรวจต่างชาติไม่ใช้พาสปอร์ตตัวเอง เผย พบทุจริต บ.แรงงาน ไม่ส่งแรงงานกัมพูชากลับประเทศ แถมออกใบตรวจโรคไม่ถูกต้อง เตรียมยื่น กมธ.สธ.สอบ

 

 

นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวเปิดโปงเครือข่าย “จีนสีเทา” ใช้ร้านอาหาร สถานบันเทิง ซูเปอร์มาร์เก็ตในย่านรัชดา RCA สุทธิสาร และเหม่งจ๋าย เป็นฉากบังหน้าในการฟอกเงินจากขบวนการสแกมเมอร์ พร้อมระบุว่า พบการใช้ “คอกม้า” ตั้งคนไทยเป็นนอมินีถือครองทรัพย์สินและเปิดบัญชีม้าให้กลุ่มทุนต่างชาติ

นายชัยชนะ เปิดเผยว่า หลังเปิดคลินิกทนายอาสาของพรรค ได้รับร้องเรียนจำนวนมากเกี่ยวกับกลุ่มจีนสีเทาที่เข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมายในไทย ทั้งการฟอกเงิน การเปิดสถานบันเทิงเถื่อน และธุรกิจบังหน้า โดยร้านจำนวนมากลงทุนสูงถึง 30-100 ล้านบาท แต่รายได้ไม่สอดคล้องกับมูลค่าการลงทุน นอกจากนี้ สถานบันเทิงหลายแห่งยังไม่มีใบอนุญาตตามกฎหมาย เปิดเกินเวลา และมีการมั่วสุมยาเสพติด โดยกลุ่มดังกล่าวใช้บ้านพักหรูในพื้นที่ชานเมืองเป็นฐานปฏิบัติการ และมีเครือข่าย “บัญชีม้า” หรือ “คอกม้า” คอยเปิดบัญชีรับโอนเงิน

 

 

นายชัยชนะ ระบุว่า ผู้ที่ถูกเรียกว่า “นาย ร.” อายุราว 30 ปี ทำหน้าที่เป็นเจ้าของคอกม้า เคยถูกจับในคดีลักลอบเข้าเมืองผ่านประเทศกัมพูชาเมื่อปี 2563 ที่ จ.สระแก้ว และปัจจุบันถูกระบุว่าเป็นผู้ฟอกเงินให้กลุ่มสแกมเมอร์ โดยมีทรัพย์สินจำนวนมากทั้งในกรุงเทพฯ ชลบุรี นนทบุรี และนครปฐม รวมถึงเพิ่งซื้อบ้านหรูราคา 20 ล้านบาทใน จ.นนทบุรี ทั้งนี้ บริษัทที่จดทะเบียนไม่มีการส่งงบการเงิน ไม่มีการเคลื่อนไหว แต่กลับมีทรัพย์สินจำนวนมาก พร้อมระบุว่า จะส่งข้อมูลทั้งหมดให้คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร ตรวจสอบต่อไป

รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังตั้งข้อสังเกตว่า กลุ่มจีนเทาจำนวนมากในไทยไม่ได้ถือพาสปอร์ตจีน แต่ใช้สัญชาติอื่นแทน เพราะไม่สามารถเดินทางกลับประเทศต้นทางได้ จึงเรียกร้องให้กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ กระทรวงมหาดไทย เร่งตรวจสอบสถานะบุคคลเหล่านี้

 

 

นอกจากนี้ นายชัยชนะ ยังเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาแรงงานต่างด้าว โดยระบุว่า พบความผิดปกติของบริษัทจัดหางานที่ไม่ได้ส่งแรงงานกัมพูชากลับประเทศตามเงื่อนไข รวมถึงพบสถานพยาบาลบางแห่งออกใบรับรองสุขภาพให้แรงงานต่างด้าว ทั้งที่ไม่มีใบอนุญาตถูกต้องจากกระทรวงสาธารณสุข

นายชัยชนะ ระบุว่า จากสถานพยาบาลที่ขึ้นทะเบียนกับกรมการจัดหางานเกือบ 70 แห่ง มีเพียงกว่า 50 แห่งที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้อง ทำให้แรงงานต่างด้าวบางส่วนอาจถือใบตรวจสุขภาพที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งอาจกระทบต่อการควบคุมโรคระบาดในประเทศ พร้อมกันนี้ ยังกล่าวอ้างว่า มีโรงพยาบาลบางแห่งที่เกี่ยวข้องกับอดีตผู้บริหารกรมการจัดหางาน และอาจร่วมมือกับกระทรวงแรงงานในการแสวงหาผลประโยชน์ โดยเตรียมนำเรื่องเข้าสู่การตรวจสอบของคณะกรรมาธิการสาธารณสุข

นายชัยชนะ ยังกล่าวถึงปัญหาคลินิกเสริมความงามเถื่อน ที่ใช้ยาและเวชภัณฑ์ผิดประเภทในการฉีดโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ และศัลยกรรม โดยเฉพาะการนำ “ยาชาแปะหน้า” ซึ่งได้รับอนุญาตเฉพาะใช้ภายนอก มาฉีดเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งถือว่าผิดกฎหมาย และเตรียมยื่นตรวจสอบต่อคณะกรรมาธิการสาธารณสุขเช่นกัน

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่