“สิริพงศ์”แจงสภารถไฟชนรถเมล์ “คนขับ”ประมาท

การเมือง ข่าว

 

“รมช.สิริพงศ์” แจงกระทู้สด รถไฟชนรถเมล์ รับ”คนขับรถไฟ”ประมาท ขณะเกิดเหตุ สั่งเข้มปูพรมเช็คพนักงานระบบขนส่ง ทุกคน โต้”วัวหายล้อมคอก”ทำมาตลอด แต่แค่สุ่มตรวจ พร้อมรับฟังเสียงสะท้อนประชาชน มาตรการห้ามรถไฟวิ่งเข้า กทม.ชั้นใน

 

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดของนายสังคม แดงโชติสส.ประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย สอบถามนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม เรื่องเหตุการณ์รถไฟขบวนสินค้าชนรถเมล์ที่แยกอโศก-ดินแดง มีผู้เสียชีวิต 8 รายว่า สะท้อนความบกพร่องระบบบริหารจัดการความปลอดภัย ระบบขนส่งสาธารณะ ขอให้ระบุให้ชัดเจนว่า ระบบไม้กั้น อาณัติสัญญาณอยู่ในสภาพใด เหตุใดรถไฟจึงไม่สามารถหยุดรถได้ทัน จะอ้างรถเมล์จากคร่อมรางรถไฟอย่างเดียวไม่ได้ ส่วนมาตรการตรวจสารเสพติด การห้ามเดินรถไฟหากไม้กั้นไม่ลง จะมีกลไกบังคับใช้และติดตามผลอย่างไร และการห้ามรถไฟเข้ากทม.ชั้นใน จะเป็นไปในทิศทางใด รวมถึงมาตรการเยียวยาผู้เสียชีวิตจะเป็นอย่างไร

โดยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ชี้แจงแทนรมว.คมนาคมว่า ขบวนรถไฟคันเกิดเหตุ ใช้ความเร็ว 34 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่เกินความเร็วปกติ 40กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก่อนหน้าเกิดเหตุมีไฟเหลืองแจ้งเตือนให้ชะลอขบวนที่สถานีมักกะสันแล้ว ขณะที่เกิดเหตุปะทะมีความเร็วอยู่ที่ 18 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผลการสอบสวนทราบว่า พนักงานขับรถไฟประมาทในการดำเนินการ และพบภายหลังเป็นผู้ใช้สารเสพติดหลายตัว ปัจจุบันการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ให้ออกจากราชการและตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ นายพิพัฒน์ ได้กำชับเข้มงวดเรื่องการตรวจสารเสพติด โดยให้ตรวจสอบพนักงานทุกคนในระบบขนส่งสาธารณะ ไม่ใช่วัวหลายล้อมคอก แต่เป็นสิ่งที่ปฏิบัติมาตลอด แต่ที่ผ่านมาใช้วิธีสุ่มตรวจ

“หลังจากนี้นายพิพัฒน์จึงให้ตรวจปูพรมทุกสังกัด พบพนักงานขับรถใช้สารเสพติดเพิ่มขึ้น แต่เป็นเพียงเบื้องต้น ต้องนำผลไปตรวจอย่างเป็นทางการที่โรงพยาบาลต่อไป ยืนยันไม่ปล่อยปะละเลยเรื่องนี้” นายสิริพงศ์ กล่าว

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการตั้งข้อสังเกตรถไฟขนส่งสินค้าต้องวิ่งตอนกลางคืนเวลา 21.00-05.00 น. แต่เหตุใดมาวิ่งตอนกลางวัน เนื่องจากรถไฟดังกล่าว

เป็นขบวนรถวิ่งเที่ยว 5 ทุ่ม วันที่ 15 พ.ค. แต่เกิดการดีเลย์ 900 นาที จึงมาออกรถตอนกลางวันจนกระทั่งเกิดเหตุ ขณะที่การให้ไปศึกษาไม่ให้รถไฟวิ่งเข้ามาใน กทม.ชั้นในนั้น พร้อมรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนเรื่องการสร้างภาระ ทำให้เสียเวลา ต้องเปลี่ยนขบวนรถ จะนำมาหาทางออก ลดปัจจัยเสี่ยงให้มากสุด เรื่องนี้เป็นมาตรการระยะสั้นที่จะนำมาแก้ปัญหา ส่วนมาตรการระยะกลางจะมีการเชื่อมต่ออาณัติสัญญาณกับ รฟท. กทม. และตำรวจจราจร นำระบบเทคโนโลยีมาใช้ ส่วนมาตรการระยะยาวจะทำเป็นการขนส่งระบบรางจะทำเป็นระบบลอยฟ้าทั้งหมด ถนนด้านล่างให้เฉพาะรถยนต์วิ่งเท่านั้น เรี่องมาตรการเยียวยา ทั้ง ขสมก. และ รฟท. เร่งรัดการเยียวยาไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บ ขอโทษและดูแลทุกคน มีเงินชดเชยให้คนบาดเจ็บตามอาการ เริ่มตั้งแต่ 130,000-1 ล้านบาท และกรณีผู้เสียชีวิตได้เงินชดเชย 2.39 ล้านบาทต่อราย

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่