ปัญหาคอร์รัปชันในประเทศไทยกลับมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง หลังผลสำรวจภาคธุรกิจเผยว่า เอกชนจำนวนมากยังเผชิญการเรียกรับผลประโยชน์จากหน่วยงานรัฐขณะที่รัฐบาลยืนยันเดินหน้าปราบปรามเข้ม พร้อมส่งสัญญาณว่าหากกล่าวหาใครทุจริตก็ต้องมีหลักฐาน และต้องพร้อมเผชิญการฟ้องกลับเช่นกัน
หลังคณะทำงาน Zero Corruption ร่วมกับ กกร. และเครือข่าย “เพื่อนไม่ทน”เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นผู้บริหารและตัวแทนภาคธุรกิจ 401 รายทั่วประเทศเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ
โดยผลสำรวจสะท้อนว่า “คอร์รัปชัน” ยังคงเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่กระทบต่อการทำธุรกิจอย่างหนัก
ผลสำรวจพบว่า ผู้ตอบถึง 99.7% มองว่าคอร์รัปชันเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจและกว่า 51.2% เห็นว่าสถานการณ์แย่ลงเมื่อเทียบกับช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
หนึ่งในข้อมูลที่ถูกพูดถึงมากที่สุด คือประสบการณ์การติดต่อหน่วยงานรัฐเพื่อขอใบอนุญาตหรือการอนุมัติต่าง ๆ โดยผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 52.8% ระบุว่า เคยถูกสื่อหรือบอกเป็นนัยว่าต้องให้ “ของกำนัล เงิน หรือผลประโยชน์อื่น”เพื่อให้ขั้นตอนดำเนินไปได้รวดเร็วขึ้นขณะที่บางส่วนระบุว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติ
แม้ผู้ตอบส่วนใหญ่จะบอกว่า ไม่เคยจ่ายสินบน แต่ยังมีอีกเกือบครึ่งที่ยอมรับว่าเคยให้ผลประโยชน์ตอบแทน โดยรูปแบบที่พบมากที่สุดคือเงินสดรองลงมาคือของขวัญ การเลี้ยงรับรอง การบริจาค หรือการใช้ตัวกลางและที่ปรึกษา
ผู้ตอบแบบสอบถามมองว่าสาเหตุสำคัญที่ทำให้คอร์รัปชันยังฝังรากคือขั้นตอนราชการซับซ้อน กฎหมายเปิดช่องให้ใช้ดุลพินิจมากเกินไปรวมถึงแรงกดดันจากเจ้าหน้าที่ และวัฒนธรรมการจ่ายผลประโยชน์ที่สืบต่อกัน
นอกจากนี้ ยังพบว่า เมื่อเจอการเรียกรับผลประโยชน์ มากกว่า 56% ไม่กล้าร้องเรียนเพราะไม่มั่นใจในระบบ กลัวไม่ได้รับความปลอดภัย หรือเกรงว่าจะเสียโอกาสทางธุรกิจ
ขณะที่ ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยระบุว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการปราบปรามคอร์รัปชันพร้อมยืนยันว่า ตลอดช่วงที่ผ่านมา มีการใช้กฎหมายดำเนินการกับผู้กระทำผิดอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ตนได้ตั้งข้อสังเกตต่อผลสำรวจว่า เป็นข้อมูลที่มาจากแบบสอบถามและความรู้สึกของผู้ตอบ จึงต้องพิจารณาควบคู่กับหลักฐานเชิงกฎหมาย พร้อมระบุว่าหากมีการกล่าวหาว่าหน่วยงานใดทุจริต ก็ต้องพร้อมรับการฟ้องกลับเช่นกันหากไม่สามารถพิสูจน์ข้อกล่าวหาได้
ขณะเดียวกัน กรมควบคุมมลพิษ ซึ่งถูกจัดอยู่ในอันดับ 1 ของผลสำรวจได้ออกมาแถลงชี้แจงทันที ยืนยันว่าหน่วยงานดำเนินงานอย่างโปร่งใสและ กรมยังเรียกร้องให้ กกร. เปิดเผยหลักฐานภายใน 7 วัน หากมีข้อมูลว่ามีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตจริง เพื่อให้สามารถตรวจสอบและดำเนินการเอาผิดได้อย่างตรงจุด แต่หากไม่มีหลักฐานชัดเจนก็เรียกร้องให้มีการขอโทษต่อสาธารณะ เนื่องจากมองว่าข้อมูลดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและความเชื่อมั่นขององค์กรอย่างรุนแรง
สุดท้ายนี้ ด้านภาคเอกชนเตือนว่า หากประเทศไทยยังปล่อยให้คอร์รัปชันกลายเป็นเรื่องที่ “สังคมยอมรับได้”
จะยิ่งซ้ำเติมเศรษฐกิจ การลงทุน และต้นทุนของประชาชนเพราะสุดท้ายภาระทั้งหมดจะถูกผลักไปยังราคาสินค้าและบริการที่ประชาชนต้องจ่ายในชีวิตประจำวัน
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews