“ทักษิณ” ตัวแปรสำคัญเปลี่ยนเกมการเมือง “แดง-น้ำเงิน”

Hot Clips Video

 

ภาพประชาชน คนเสื้อแดงจำนวนมาก รวมไปถึง สส.แกนนำพรรคเพื่อไทย ไปรอต้อนรับ “ทักษิณ ชินวัตร” ออกจากเรือนจำ กลับบ้านจันทร์ส่องหล้า ในวันได้รับการพักโทษ สะท้อนให้เห็น เป็นอย่างดีว่า “ทักษิณ” ยังคงมีความสำคัญ ยังคงเป็นผู้นำจิตวิญญาณ ของคนเสื้อแดง และยังเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของพรรคเพื่อไทย แม้จะมีการส่งสัญญาณจาก”แพทองธาร ชินวัตร”มาก่อนหน้านี้ว่าคงต้องวางมือแล้วก็ตาม

 

 

 

แต่จากคำพูดของ “ทักษิณ”ที่ระบุ “ไปจำศีลมา 8 เดือน เป็นอัลไซเมอร์ จำอะไรไม่ได้” ในทางการเมือง น่าจะตีความท่อนที่บอก”จำไม่ได้ หรือลืม” น่าจะหมายถึง “การจำ หรือการเก็บไว้ในใจแล้วมากกว่า”ขณะ “จตุพร พรหมพันธุ์” อดีตคนกันเองของทั้งเสื้อแดง และ”ทักษิณ” วิเคราะห์ถึงแนวโน้มและความชัดเจนเกี่ยวกับวางมือ หรือไม่วางมือ ว่าต้องรอ”ทักษิณ”คนเดียวเท่านั้น เป็นผู้ให้คำตอบว่าจะอยู่แบบคนธรรมดาหรือแสดงบทบาทคนสาธารณะอีก แต่อาจต้องรอความชัดเจนในอีก 4 เดือน ที่จะพ้นโทษเป็นทางการ รวมถึงอีก 3 คดีที่คาราคาซังมีความชัดเจนกว่านี้

ผลการเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 ที่ผ่านมา สาเหตุที่พรรคเพื่อไทย พ่ายแพ้ย่อยยับ เสียฐานที่มั่นสำคัญไปหลายจุด ให้ทั้งน้ำเงิน และส้ม รวมถึงเขียว ส่วนหนึ่งน่าจะมาจาก “นายใหญ่” ทำอะไรได้ไม่ถนัด เพราะถูกตีกรอบ อยู่เรือนจำ แต่เมื่อพักโทษออกมาแล้ว และมวลชนแดงแสดงพลังให้เห็นแล้ว เกมการเมืองที่น้ำเงินเป็นใหญ่อยู่ในเวลานี้ อาจถึงเวลาต้องปรับ หรือเปลี่ยนสมการกันอีกครั้ง ใครที่มองว่า “ทักษิณ” เสื่อมมนต์ไปแล้ว เพราะเพื่อไทย เหลือแค่ 74 ที่นั่ง อาจต้องคิดใหม่ เพราะในอดีตเคยทำได้สูงสุด 377 ที่นั่งมาแล้ว แม้จะกลับไปใหญ่เท่าเดิมไม่ได้ แต่การจะกลับไปเป็นผู้ชนะอีกครั้งด้วยยี่ห้อ “ทักษิณ” ก็อาจไม่ยากเย็นจนเกินไป

“เจษฎ์ โทณะวนิก” นักวิชาการ และอดีตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรครักชาติ มองว่า “ทักษิณ” ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญทางการเมืองอย่างแน่นอนเพราะเป็นบุคคลที่มีฝีมือทางการเมืองสูง สามารถ สร้างทั้งผลบวก และผลลบต่อประเทศได้ ขึ้นอยู่กับบทบาท วิธีการเคลื่อนไหวของตัวเอง จะเป็น “ลมใต้ปีก” เหมือน”เนวิน ชิดชอบ” ครูใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย หรือจะแสดงบทนำอีกครั้ง เหมือนในช่วง “แพทองธาร” เป็นนายกฯ ก็สามารถทำได้ทั้งหมด ขึ้นอยู่กับว่า จะเลือกแบบไหน

ขณะที่ “จักรภพ เพ็ญแข” คนใกล้ชิด”ทักษิณ”อีกคนหนึ่ง มองว่า “ทักษิณ” เป็นคนรักประเทศชาติมาก คงต้องคิดว่าจะทำประโยชน์อะไรให้ประเทศได้บ้าง ซึ่งไม่อยากให้ตีความว่าเป็นข้ออ้างในการกลับมาเล่นการเมือง แต่การจะให้คนอย่าง “ทักษิณ”หยุดคิดเรื่องบ้านเมืองคงเป็นไปไม่ได้ ส่วนกับพรรคเพื่อไทย เชื่อว่าหลังจากนี้บทบาทของ”ทักษิณ”น่าจะเป็นการใช้ประสบการณ์ และความสามารถในการวางคนแบบเงียบๆ มากกว่าการออกหน้าเหมือนในอดีต

หลังจากนี้ คงต้องติดตามบทบาทของ”ทักษิณ” ว่าจะเป็นแบบใด ในยามที่ พรรคเพื่อไทย ไม่ได้อยู่ในสถานะศูนย์กลางอำนาจกำหนดทิศทางการเมืองไทยเหมือนในอดีต แต่ยังร่วมอยู่ในรัฐบาลของพรรคสีน้ำเงิน แม้จะมีอำนาจต่อรองไม่มาก แต่ก็สำคัญในระดับหนึ่ง ยังเป็นหมากที่สีน้ำเงินจะเขี่ยทิ้งแบบเด็ดขาดไม่ได้ ยังสามารถเป็นตัวแปรได้อยู่ หากมีจังหวะเหมาะสม และการคืนอิสระภาพให้ “ทักษิณ” ที่มีภาพเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ที่เคยชนะเลือกตั้งถล่มทลาย มีผลงานฝากไว้ในอ้อมอกอ้อมใจประชาชนมากมาย มาเป็นขวัญกำลังใจ มาแนะนำการฟื้นฟูเพื่อไทย ก็อาจทำให้เกมการเมืองในอนาคตเปลี่ยนไปอีกในทิศทางหนึ่งได้เช่นกัน…

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่