เตรียมตั้งหน่วยงาน คุมหนี้สาธารณะ ประเมินผลใช้เงินกู้4 แสนล้าน

การเมือง ข่าว
เตรียมตั้งหน่วยงานภายใต้ สบน.คุมความเสี่ยงหนี้สาธารณะ ประเมินผลการใช้เงิน พ.ร.ก.กู้ฯ 4 แสนล้าน หลังคาดโครงสร้างหนี้ประเทศส่อสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

 

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยถึงร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. …. หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน กรอบวงเงิน 4 แสนล้านบาท

 

ล่าสุดรัฐบาลโดยกระทรวงการคลัง ได้มอบหมายให้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) จัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาภายใต้สังกัด สบน. เพื่อบริหารความเสี่ยงเรื่องหนี้สาธารณะและการติดตามและการประเมินผลการใช้เงินตาม พ.ร.ก.กู้เงิน ตามมติของคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยใช้การบริหารอัตรากำลังปัจจุบันของ สบน.

 

ทั้งนี้กระทรวงการคลัง ได้รายงานต่อ ครม.ว่าในการติดตามและประเมินผลการบริหารหนี้สาธารณะนั้น เห็นว่าด้วยสถานการณ์ที่ปริมาณหนี้สาธารณะเพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ภายหลังจากการตราพระราชกำหนดกู้เงินพิเศษเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจ และสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19

 

จึงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับโครงสร้างหนี้ของการกู้เงินดังกล่าวอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งประมาณการกู้เงินในอนาคตตามแผนการคลังระยะปานกลาง (MTFF) ประกอบกับการตราพระราชกำหนดในครั้งนี้ ทำให้ความเสี่ยงด้านหนี้สาธารณะของประเทศปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

 

ดังนั้นเพื่อรักษาวินัยทางการคลังและรักษาระดับความน่าเชื่อถือของประเทศในระยะยาว ซึ่งจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและต้นทุนการกู้เงินของประเทศ กระทรวงการคลังจึงต้องกำหนดกรอบกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงหนี้สาธารณะเพื่อทำหน้าที่เสมือนระบบเตือนภัย (Warning System) ของประเทศ ให้อยู่ในกรอบความเสี่ยงที่กำหนดและอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้

 

พร้อมดับดูแลความปลอดภัยด้านฐานะการคลังของประเทศ และวิเคราะห์ผลกระทบและตรวจสอบระดับความเสี่ยง ที่จะเกิดขึ้นกับ Portfolio หนี้สาธารณะเมื่อเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่กระทบต่อภาวะเศรษฐกิจการเงิน ทั้งในและต่างประเทศซึ่งเป็นการดำเนินการตามมาตรา 50 และมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังฯ

 

อีกทั้งในการดำเนินโครงการเงินกู้ยังมีภารกิจการกำกับติดตามและการบริหารหนี้สาธารณะเพื่อให้มีความโปร่งใส บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายของโครงการ มีความคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล รวมทั้งข้อกฎหมาย จึงจำเป็นต้องประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการทั้งที่เป็นเงินกู้ตามกฎหมายกู้เงินพิเศษและกฎหมายว่าด้วยกำกับติดตามและประเมินผลโครงการอย่างเป็นทางการเพื่อให้การดำเนินโครงการเกิดผลสัมฤทธิ์ตามแนวนโยบายของรัฐบาลอย่างมีประสิทธิภาพ

 

ขณะเดียวกันในกระบวนการบริหารความเสี่ยงหนี้สาธารณะและการติดตามและการประเมินผลโครงการมีเป้าหมายสำคัญเพื่อให้การใช้จ่ายเงินกู้เกิดความโปร่งใส (Transparency) และสามารถตรวจสอบได้ซึ่งมีความสอดคล้องกับแนวนโยบายธรรมาภิบาลของรัฐบาล (Good Governance) อีกทั้งภารกิจดังกล่าวมีความจำเป็นต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

 

ดังนั้นกระทรวงการคลัง จึงมอบหมายให้ สบน. ทำหน้าที่รับผิดชอบการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านหนี้สาธารณะให้อยู่ในกรอบความเสี่ยง และดูแลความปลอดภัยด้านฐานะการคลังของประเทศให้อยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้

 

และให้ สบน.ทำหน้าที่รับผิดชอบการกำกับติดตามและประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการ จากการใช้เงินกู้ให้มีความโปร่งใสบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายของโครงการ เพื่อให้การใช้เงินกู้ สบน. ดำเนินภารกิจ เกิดความคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพต่อไป

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่