“สุริยะ” เปิดดีล เบรกดีล ปุ๋ยรัสเซีย ด้วยตัวเอง

Video คลิปข่าวทั่วไป

 

ยังคงมีเสียงสะท้อนจากเกษตรกรจำนวนมาก กำลังประสบปัญหา ปุ๋ยมีราคาแพง ขาดแคลนปุ๋ย โดยมีสาเหตุสำคัญ มาจากผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง ซึ่งก่อนหน้านี้ มีดรามาสต็อกปุ๋ย จากการให้ข้อมูลของ “ศุภจี สุธรรมพันธ์” รองนายกฯและรัฐมนตรีพาณิชย์ ทำให้ถูกโจมตีอย่างหนักในช่วงแรก ต่อมา”สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ”เจ้ากระทรวงเกษตรฯ ได้เดินทางไปรัสเซีย ในช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์ เจรจาซื้อปุ๋ยเพิ่ม หวังนำเข้าปุ๋ยยูเรีย 1-2 ล้านตัน ในราคาถูก ราคามิตรภาพ และตาดว่าหลังลงนามปุ๋ยจะมาถึงใน 3 เดือน และมีการประโคมข่าวใหญ่อย่างต่อเนื่องจากพรรคเพื่อไทย ที่มุ่งเน้นไปในทางการเมืองว่าเพื่อไทยทำเพื่อประชาชน แม้มีเสียงทักท้วงจากบางกลุ่ม เรื่องความล่าช้า และราคาบ้างก็ตาม

 

 

จากข้อมูลพบว่า ประเทศไทยนำเข้าปุ๋ยยูเรีย ประมาณ 41-60% ของการนำเข้าปุ๋ยเคมีทั้งหมด ประมาณปีละ 1.5–2.6 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 3.2 หมื่นล้านบาท โดย 70% ของปุ๋ยยูเรียที่นำเข้า มาจากซาอุดิอาระเบีย โอมาน และกาตาร์ ซึ่งอยู่ในตะวันออกกลาง ทั้งหมด และมีปัญหาในการส่งออก เพราะสงคราม

โดยผู้เชี่ยวชาญวงการปุ๋ยระบุว่า ระยะเวลาการขนส่ง หากนำเข้าปุ๋ยจากรัสเซีย ต้องใช้เวลาถึง 45-60 วัน ขณะที่การนำเข้าปุ๋ยจากแหล่งปกติ โดยเฉพาะตะวันออกกลาง ซึ่งผ่านช่องแคบฮอร์มุช ใช้เวลาเพียง 13 วันเท่านั้นซึ่งในจุดนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ และเป็นความเสี่ยง ที่ผู้ประกอบการปุ๋ย ต้องชี้แจงกับภาครัฐให้ชัดเจน

ตลอดระยะเวลาเกือบ 1 เดือน “สุริยะ” และกระทรวงเกษตรฯ และพรรคเพื่อไทย มีการอัพเดทต่อเนื่อง ว่า “ปุ๋ยรัสเซีย” มีความคืบหน้า แต่ล่าสุด “สุริยะ” มาตัดจบ เบรกการนำเข้าด้วยตัวเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมกับอธิบบายเหตุผลแบบยอมรับความจริงว่า ติดเงื่อนไขการส่งมอบที่ล่าช้า ต้องเดินทางอ้อมโลก คาดว่าปุ๋ยจากรัสเซียจะถึงไทย ในช่วงเดือนสิงหาคม ซึ่งไม่ทันต่อฤดูกาลผลิตภายในประเทศ ประกอบกับ ความผันผวนของราคาปุ๋ยในตลาดโลก

ดังนั้นปัญหา ปุ๋ยแพง ขาดแคลนปุ๋ย ที่เกษตรกรกำลังประสบอยู่ จึงยังไม่ได้รับการแก้ปัญหาแบบเบ็ดเสร็จเสียทีเดียว แต่”สุริยะ” และกระทรวงเกษตรฯ มีแผน 2 ในการรับมือปัญหาดังกล่าวด้วยการขออนุมัติวงเงินกว่า 5,000 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อปุ๋ยชีวภาพและชีวภัณฑ์ แจกจ่ายให้เกษตรกรทั่วประเทศแทน ทั้งนาข้าว และพืชสวนแทน อีกทั้งยังเคลมด้วยว่า โครงการดังกล่าวจะช่วยลดการใช้ปุ๋ยเคมี และส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์ ตามนโยบายของกระทรวงด้วย

อย่างไรก็ตาม นโยบายการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ กลับถูกตั้งคำถาม จากเกษตรกร และนักวิชาการด้านการเกษตร ว่าเป็นการแก้ปัญหาที่อาจไม่ถูกต้อง เพราะวิธีการใช้ที่ไม่เหมือนกับปุ๋ยเคมี การเอาปุ๋ยอินทรีย์ ไปแจกผู้ที่เคยใช้เคมีมาตลอดจึงอาจ”ไม่ถูกทาง” และไม่ใช่คำตอบที่ยั่งยืน หากไม่มีการส่งเสริมความรู้อย่างจริงจัง อีกทั้งแม้การแจกปุ๋ยอินทรีย์จะเป็นเรื่องดี แต่ในระยะสั้นปุ๋ยอินทรีย์ที่มีในตลาดอาจไม่พอกับความต้องการใช้จริงของทั้งประเทศ และอาจประสบปัญหาขาดแคลนได้อีกเช่นกัน

ทั้งนี้ เรื่องของราคาปุ๋ย และปัญหาขาดแคลน กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้ออกมาตรการ สำหรับเครือข่ายผู้ผลิต ผู้ค้าปุ๋ย และเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ในเบื้องต้นอยู่ในเวลานี้คือ การประกาศ”ราคาแนะนำปุ๋ยรายจังหวัด”ทุกสัปดาห์ ผ่านเว็บไซต์ของกรมการค้าภายใน เพื่อใช้เป็นแนวทางกำกับราคาในพื้นที่ แก้ปัญหาส่วนต่างราคาจากโรงงานถึงร้านค้าปลีก พร้อมกำหนดสูตรคำนวณราคาอำเภอรอบนอกตามระยะทาง ป้องกันราคาพุ่ง และการกักตุน ตลอดจนจะเดินหน้าโครงการ “ปุ๋ยธงเขียว” เพื่อลดต้นทุนเกษตรกรด้วย

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่