สภาฯ เห็นชอบ “นพดล เภรีฤกษ์” นั่งเลขากฤษฎีกาคนใหม่ แทน “ปกรณ์” ขณะฝ่ายค้านตั้งคำถาม เลขาฯกฤษฎีกา เป็นบอร์ดรัฐวิสาหกิจ-เอกชน ได้หรือไม่
การประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เสนอชื่อ นายนพดล เภรีฤกษ์ ให้สภาฯ พิจารณาให้ความเห็นชอบเป็น เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาคนใหม่ แทนตำแหน่งที่ว่างโดยเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นตำแหน่งที่มีลักษณะงานเฉพาะอย่าง ที่ต้องมีความเชียวชาญด้านนิติศาสตร์ การร่างกฎหมาย และการบริหารราชการแผ่นดิน ตามคำแนะนำของคณะรัฐมนตรีและ ต้องได้รับความเห็นชอบ จากสภาผู้แทนราษฎร และ วุฒิสภา ตามลำดับ ซึ่งแตกต่างจากการเข้าดำรงตำแหน่งของข้าราชการประจำตำแหน่งอื่นๆ
สำหรับนายนพดล ตอนนี้อายุ 59 ปี จบการศึกษานิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง รับราชการในสำนักงานคณะกรรมกการกฤษฎีกา ตั้งแต่ปี 2535 รวมเป็นเวลา 34 ปี ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ดังนั้น นายนพดล จึงมีความเชียวชาญเป็นที่ประจักษ์ ทางด้านนิติศาสตร์ การร่างกฎหมาย และ การบริหาราชการแผ่นดิน
จากนั้น นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.พรรคประชาชน ขึ้นอภิปรายคุณสมบัติของนายนพดล ยอมรับว่า ตำแหน่งนี้ ต้องเป็นผู้ที่มีความเชียวชาญ ด้านนิติศาสตร์ และการบริหารราชการแผ่นดิน วันนี้นับเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ที่ตำแหน่งนี้ ถูกเสนอให้ สภาฯ ให้ความเห็นชอบอีกครั้ง ในครั้งนั้น นายวิษณุ คือ นายปกรณ์ ในฐานะ รองนายกรัฐมนตรี ตนกับ นายนพดล มีความรู้จักคุ้นเคยกันดี แต่ยืนยันว่า ไม่มีผลต่อการลงมติอย่างแน่นอนคุณสมบัติส่วนบุคค ตนเองไม่ติดใจ เพราะ นายนพดลมีความเหมาะสม แม้จะเป็นคนที่จะใกล้เกษียณอายุราการก็ตาม
แต่ตนมีคำถามว่า การเป็น เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา สามารถนั่งเป็นกรรมการในหน่วยงานต่างในภาครัฐรัฐวิสาหกิจ เอกชนได้หรือไม่ และ ถ้าได้ สมควรหรือไม่ ภายใต้กรอบกฎหมายอะไร ยกตัวอย่างเช่น ตอนที่นายปกรณ์ เป็นเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เคยเป็น กรรมการหลายองค์กร เช่น กรรมการ ธปท. กรรมการ กพร. กรรมการตลาดหลักทรัพย์ และ ประธานกรรมการตรวจสอบ และพิจารณา ค่าตอบแทน ของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)
วมทั้ง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) 2 บริษัทนี้ มีสถานะเป็น รัฐวิสาหกิจหรือไม่ หากเป็นรัฐวิสาหกิจ คนที่เป็นเลขาธิการสำนักงานกฤษฎีกา ที่ต้องทำหน้าที่เป็นกลาง พร้อมเสนออยากให้ สภาฯสามารถตั้ง กรรมาธิการวิสามัญพิจาณาตรวจสอบคุณสมบัติผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญ เหมือนกับ วุฒิสภาได้หรือไม่
ส่วนนายนพดล ตอนนี้ เป็นกรรมการนโยบายสถานะทางการเงิน กรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ของบริษัทไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) จึงขอตั้งคำถามว่า ไทยออยล์ เป็นรัฐวิสาหกิจหรือไม่และ ที่น่าประหลาดใจอย่างยิ่ง พอรู้ว่า นายปกรณ์ จะไปเป็น รองนายกรัฐมนตรี นายนพดล ก็ลาออกจากตำแหน่งเหล่านี้ทันที และ เปลี่ยน เป็นกรรมการอิสระ และตรวจสอบบริษัทมหาชน ไทยออยล์จำกัด (มหาชน)ซึ่งเป็นช่วงที่คาบเกี่ยวกับการตั้งรัฐบาลชุดใหม่ อย่างบังเอิญ และ น่าประหลาดใจ
นายปกรณ์ ชี้แจงว่า ในมาตรา 63 วรรค 3 ของ พ.ร.บ.คณะกรรมการกฤษฎีกา กำหนดไว้ชัดว่า เลขาธิการ เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ อยู่ภายใต้บังคับตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน ในมาตรา 83(6)บัญญัติว่า ข้าราชการพลเรือนต้องไม่เป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือตำแหน่งที่บริหารจัดการในลักษณะเดียวกัน ในห้างหุ้นส่วน หรือบริษัทเอกชน แต่กฎหมายไม่ได้ห้ามไม่ให้เป็นอะไรเลย ห้ามเพียงไม่ให้เข้าเป็นผู้บริหารจัดการที่ไม่เป็นอิสระ
และ ไม่ใช่แค่เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกายังรวมถึง ข้าราชการอื่นๆ ก็สามารถเป็นกรรมการอิสระ ที่ทำหน้าที่ในการตรวจสอบการทำงานของกรรมการที่ไม่เป็นอิสระได้ ขณะเดียวกันยืนยันว่า ข้าราชการไม่ถูกบังคับอยู่ภายใต้อาณัติใดๆ มีระเบียบวินัย ที่ต้องปฏิบัติ มีอิสระอย่างเต็มที่ในการตัดสินใจทำในสิ่งที่ถูกต้อง และขอให้แยกเรื่องการดำรงตำแหน่ง กับการปฏิบัติหน้าที่ ในการพิจารณาว่าใครปฏิบัติหน้าที่อย่างไร เป็นอิสระ ตรงไปตรงมาตามหลักวิชาการหรือไม่
จนท้ายที่สุดแล้ว ที่ประชุมสภาฯ มีมติ เห็นชอบให้ นายนพดล ดำรงตำแหน่งเลขาธิการเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ด้วยมติ 436 ต่อ 5 เสียง งดออกเสียง 5 เสียง โดยขึ้นตอนต่อไป สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
จะส่งให้ วุฒิสภา พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป ก่อนเข้าสู่กระบวนการแต่งตั้งต่อไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news