“เอกนิติ” เมิน ปชป.จ่อยื่นศาล รธน.ตีความพ.ร.ก.กู้ 4แสนล้าน

การเมือง ข่าว
“เอกนิติ” เมิน ปชป.จ่อยื่นศาล รธน.ตีความพ.ร.ก.กู้ 4แสนล้าน ชี้ จำเป็นเร่งด่วนในภาวะวิกฤติ โอนงบ 69 ไม่ถึง 50,000 ล้าน ย้อน “กรณ์” บอกเคยช่วยแจ้งถูกฟ้องไทยเข้มแข็ง

 

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และในฐานะหัวรองหัวหน้าพรรคประชาชน ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่าการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทเป็นการตีเช็คเปล่าโดยไม่มีรายละเอียด ว่า จากสถานการณ์ความจำเป็นในขณะนี้กำลังเจอกับสภาวะวิกฤต ของโลก ซึ่งไม่รู้ว่าจะจบเมื่อไหร่ และคาดว่าจะเกิดวิกฤตหลายระลอก

 

ซึ่งสิงคโปร์ก็ยอมรับว่าวิกฤตในครั้งนี้จะรุนแรง โดยระลอกแรกเป็นวิกฤตราคาพลังงาน และต่อไปจะเป็นวิกฤตต้นทุนและระลอกที่ 3 เป็นวิกฤตราคาสินค้าจะแพงขึ้น แล้วรอบที่ 4 กำลังซื้อจะหด คนอาจจะ ตกงาน ธุรกิจอาจจะปิดตัว ฉะนั้นเราต้องการป้องกันปัญหานี้ ซึ่งในอดีตเราจำเป็นต้องการกระสุนจำนวนหนึ่ง เพื่อสู้รบกับวิกฤตที่ระยะเวลาอาจจะนาน ฉะนั้นจึงต้องเตรียมกระสุนให้พร้อม และการเตรียมกระสุนให้พร้อมคือการออก พ.ร.ก. ฉบับนี้

 

นายเอกนิติ ยังยืนยันอีกว่า การออก พ.ร.ก.ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนในการช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการ รวมถึงมาใช้เพื่อการปรับโครงสร้างพลังงาน เพราะปัญหาที่เราเจอในวันนี้เนื่องจากประเทศไทยพึ่งพานำเข้าพลังงานและน้ำมันจำนวนมาก ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานโดยใช้พลังงานทดแทนเพิ่มมากขึ้น พร้อมย้ำว่าการออก พ.ร.ก. กู้เงิน ไม่ได้ใช้รวดเดียว โดยจะมีขั้นตอนกระบวนการกลั่นกรองโครงการ

 

ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเตรียมที่จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความการออก พ.ร.ก.นั้นขัดต่อกฎหมายกระทบวินัยการเงินการคลัง รวมไปถึงยังไม่มีความจำเป็น โดยมองว่า ใช้เพียงการโยกงบ 2569 หรือรองบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ว่าขณะนี้ได้ดำเนินการทำทุกอย่างแล้ว และจากการตรวจสอบการโยกงบประมาณในปี 2569 ที่ใช้จ่ายในโครงการที่ไม่มีประสิทธิภาพ กรมบัญชีกลาง ระบุว่า มีไม่ถึง 50,000 ล้าน และสำนักงบประมาณ ก็ต้องลงรายละเอียดว่า เงินจำนวนดังกล่าวสามารถนำมาใช้จริงได้จำนวนเท่าใด ที่ไม่ใช่งบผูกพัน ฉะนั้นจึงไม่เพียงพอ

 

ส่วนงบประมาณปี 2570 ที่จะเริ่มในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ ขณะนี้ยังเหลือเวลาอีก 5 เดือน แต่การจะช่วยเหลือเยียวยาประชาชนกลุ่มเปราะบางจะต้องทำให้ทันต่อความเดือดร้อน วันนี้ผู้ประกอบการลมหายใจแทบจะไม่มี ตนมองว่าจึงจำเป็นและเร่งด่วน

 

เมื่อถามถึงนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายให้ความเห็นอย่างไร ต่อท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์ นายเอกนิติ กล่าวว่าเรื่องนี้ไม่กังวล เพราะนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็เคยทำโครงการไทยเข้มแข็ง ในรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ก็โดนฟ้องเหมือนกัน และวันนั้นตนก็เป็นคนที่ไปช่วยในการอธิบาย แต่ก็เข้าใจบทบาทของนายกรณ์ พร้อมย้ำว่าตามมาตรา 172 ในเรื่องความจำเป็นเร่งด่วน และได้ดูช่องทางเลือกอื่นๆแล้วเราไม่มีทางเลือกอื่น

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่