สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.) ร่วมกับสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) และพรรคสังคมประชาธิปไตย (สปท.) จัดกิจกรรม “วันกรรมกรสากล” เดินขบวนจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มายังทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นข้อเรียกร้องเชิงนโยบายต่อนายกรัฐมนตรี เนื่องในวันกรรมกรสากลประจำปี 2569
โดยผู้ชุมนุม ได้นำป้ายผ้าที่มีข้อความเรียกร้องสิทธิต่างๆ อาทิ “หยุดตัดสิทธิ์ ลดค่าจ้าง โบนัส จากการตั้งครรภ์” “นำ ปตท.กลับมาเป็นของรัฐ“ ”น้ำมันแพงเพราะนายทุน“ ”บำนาญสูตรสัปดน ทำผู้ประกันตนแตกแยก“ “รัฐอุ้มนายทุน=ไม่เห็นหัวประชาชน”
นอกจากนี้ ผู้ชุมนุมยังการนำโมเดลปั๊มนํ้ามัน ที่มีหุ่นจำลองขนาดใหญ่กำลังถือหัวจ่ายน้ำมัน และตู้หัวจ่ายน้ำมันสีเขียวพร้อมป้ายว่า “รวยไม่ไหวแล้วโว้ยย”
จากนั้น นายมาณพ เกื้อรัตน์ เลขาธิการ สรส. ได้อ่านแถลงการณ์ข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล 9 ข้อ ดังนี้ 1.แก้ไขปัญหาเรื่องพลังงาน เช่น น้ำมัน ก๊าซ ไฟฟ้า สินค้าราคาแพง ซึ่งส่งผลผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประชาชน ขอให้รัฐบาลปฏิรูปโครงสร้างพลังงานโดยสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง พร้อมเปิดเผยข้อมูลการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ การขุดเจาะ และการผลิตในประเทศ ว่ามีจำนวนเท่าใด และควบคุมไม่ให้ราคาแพง ต้องสอดคล้องกับความเป็นจริง รวมถึงกำหนดมาตรการที่เข้มข้นในการควบคุมราคาสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ และการประกอบอาชีพของประชาชน
2.ขอให้รัฐบาลเร่งให้สัตยาบันองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ซึ่งถือเป็นสาระสำคัญในการเจรจาและเข้าเป็นสมาชิก เพื่อให้การค้า การลงทุน เป็นไปตามหลักการว่าด้วยการดำเนินธุรกิจที่ต้องเคารพสิทธิแรงงาน
3.ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงาน ขอให้สนับสนุนส่งเสริมระบบไตรภาคี โดยให้มีการปรับขึ้นราคาค่าจ้างขั้นต่ำที่เป็นทำต่อพี่น้องผู้ใช้งานให้เท่ากันทั้งประเทศ
4.ปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจให้เกิดความเป็นธรรมในสังคม โดยขอให้รัฐบาลใช้รัฐวิสาหกิจเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ และหยุดนโยบายการแปรรูปรัฐวิสาหกิจทุกรูปแบบ
5.หลักประกันทางสังคม โดยต้องปฏิรูประบบประกันสังคมให้เป็นองค์กรอิสระ มีคณะกรรมการที่มีความรู้ ความสามารถ ผ่านการเลือกตั้งของผู้ประกันตนทุกตำแหน่ง ยกเลิกนโยบายลดเงินสมทบประกันสังคม ให้แรงงานทุกคนเข้าสู่ระบบประกันสังคมในมาตรฐานการจ่ายเงินสมทบเดียวกัน รวมถึงยกเลิกการจ่ายบำนาญสูตร care
6.ความมั่นคงในการทำงาน ยกเลิกการจ้างงานระยะสั้นหรือชั่วคราว และส่งเสริมให้มีการจ้างงานระยะยาว
7.สุขภาพความปลอดภัยของประชาชน รัฐบาลต้องแสดงความจริงใจต่อการแก้ปัญหาฝุ่นท ควันพิษ ด้วยการให้ ครม. ยืนยันให้รัฐสภาหยิบยกร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ขึ้นมาพิจารณาใหม่ภายใน 60 วัน
8.แรงงานนอกระบบ รัฐบาลต้องกำหนดให้มีระบบสวัสดิการรองรับผลกระทบที่แรงงานนอกระบบต้องทำงานกลางแจ้ง เช่น ต้องสามารถเข้าถึงน้ำดื่มสะอาด หรืออุปกรณ์ป้องกันความร้อน
9.แรงงานข้ามชาติ ต้องกำหนดมาตรการให้ชัดเจน ทั้งกระบวนการนำเข้า การต่อวีซ่า และใบอนุญาตทำงาน ต้องมีความสะดวกรวดเร็ว ลดขั้นตอนที่ยาวยุ่งยาก
จากนั้น นายนพพร บุญแก้ว รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และนายประสิทธิ์ ปาตังคะโร ผู้ตรวจราชการกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน ได้เป็นตัวแทนรัฐบาลมารับมอบหนังสือ โดยนายนพพร กล่าวว่า ตนจะนำข้อเรียกร้องไปยื่นต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อนำข้อสั่งการไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และทางสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีจะช่วยติดตาม หากมีอะไรก็จะได้พูดคุยกัน
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews