รัฐบาล จับมือ 49 ผู้ประกอบการ จัดโครงการ “Back To School 2026” ลดราคาสินค้าด้านการศึกษากว่า 1,000 รายการ เริ่มตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย.-31 พ.ค.69 เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับผู้ปกครอง
นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลบูรณาการความร่วมมือร่วมกับผู้ประกอบการ 49 ราย ประกอบด้วย ผู้ผลิต 20 ราย ผู้จำหน่าย 17 ราย ผู้ให้บริการ 10 ราย และแพลตฟอร์มออนไลน์ 2 ราย จัดโครงการพาณิชย์ลดค่าครองชีพประชาชน “Back To School 2026” (เปิดเทอมใหญ่ สบายกระเป๋า) ภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” จัดกิจกรรมลดราคาครอบคลุมสินค้าและบริการจำเป็นด้านการศึกษากว่า 1,000 รายการ ตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย.-31 พ.ค.2569 โดยคาดว่าจะสามารถช่วยลดภาระค่าครองชีพได้ไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท
สำหรับสินค้าที่เข้าร่วมโครงการ ครอบคลุมทั้งเครื่องแบบนักเรียน รองเท้านักเรียน อุปกรณ์การเรียน ผลิตภัณฑ์นม อุปกรณ์สำนักงาน สินค้าไอที รวมถึงบริการด้านการศึกษาและการเรียนรู้ โดยมีส่วนลดหลากหลาย อาทิ เครื่องแบบนักเรียนจากศึกษาภัณฑ์ สมใจนึก วัชรากร สมอ และน้อมจิตต์ รองเท้านักเรียนจาก ADDA อุปกรณ์การเรียนจาก The Mall, B2S, OfficeMate และ SE-ED รวมถึงผลิตภัณฑ์นมจากผู้ผลิตรายใหญ่หลายแบรนด์ เช่น F&N เนสท์เล่ ไฮคิว หนองโพ แลคตาซอย ไทย-เดนมาร์ก ไวตามิลค์ mMILK ดัชมิลล์ และโฟร์โมสต์ ตลอดจนอุปกรณ์สำนักงานและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จากดูโฮม เพาเวอร์บาย และโกลบอลเฮ้าส์
ส่วนกลุ่มบริการ มีโปรโมชันลดค่าใช้จ่ายในหลายด้าน เช่น แว่นตาจากท็อปเจริญและแว่นบิวติฟูล แพกเกจอินเทอร์เน็ตจาก True ส่วนลดสูงสุด 68% และสิทธิพิเศษจาก AIS ที่มอบ Alisa AI Premium ฟรี 3 เดือน รวมถึงบริการจัดส่งสินค้าจากไปรษณีย์ไทยในราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 30 บาทต่อกิโลกรัม และสถาบันการเรียนรู้และพัฒนาทักษะ มีผู้ประกอบการร่วมลดราคาหลักสูตรและบริการต่าง ๆ อาทิ OpenDurian ลดสูงสุด 75% We by The Brain ลดสูงสุด 50% Yamaha Music School ลดสูงสุด 20% รวมถึงการทดลองเรียนฟรีและยกเว้นค่าแรกเข้าในหลายหลักสูตร นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากแพลตฟอร์มออนไลน์ โดย Lazada จัดแคมเปญ Flash Sale ลดสูงสุด 70% และ Shopee มอบส่วนลดเพิ่มเติมผ่านโค้ดพิเศษเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าได้สะดวกในทุกช่องทาง
นอกจากการจัดกิจกรรม “Back To School 2026” แล้ว รัฐบาลเตรียมจัดกิจกรรมลดภาระค่าครองชีพให้กับผู้ปกครองและนักเรียนในโรงเรียนต่าง ๆ กว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ โดยกระทรวงศึกษาธิการจะเป็นผู้คัดเลือกโรงเรียนที่มีความจำเป็นและอยู่ในพื้นที่ขาดแคลน ส่วนกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์จะนำสินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องแบบนักเรียน อุปกรณ์การเรียน และเครื่องเขียน ไปจัดจำหน่ายในราคาประหยัด เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือน พ.ค.2569 เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึง
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews