“เปแอสเช” เฉือน “บาเยิร์น” 5-4 ศึกเดือด UCL รอบรองฯ นัดแรก เกมรุกสุดมันส์ เกมรับแตกกระจาย
ศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2025/26 รอบรองชนะเลิศ นัดแรก กลายเป็นแมตช์ระดับคลาสสิกทันที เมื่อ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เปิดบ้านเฉือนเอาชนะ บาเยิร์น มิวนิก ไปแบบสุดระทึก 5-4 ในเกมที่เต็มไปด้วยจังหวะรุกแลกกันแบบไม่มียั้ง

รูปเกมเป็นไปอย่างดุเดือดตั้งแต่ต้นจนจบ ทั้งสองทีมต่างใช้สไตล์เกมรุกเต็มรูปแบบ สกอร์ไหลไปมาอย่างต่อเนื่อง โดยเปแอสเชเคยนำห่างถึง 5-2 ในครึ่งหลัง แต่บาเยิร์นแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง ไล่ตีตื้นจนเหลือ 5-4 และเกือบตีเสมอได้ในช่วงท้าย อย่างไรก็ตาม ทีมจากฝรั่งเศสยังคงรักษาสกอร์เอาไว้ได้ ทำให้กุมความได้เปรียบเล็กน้อยก่อนเลกสอง

แม้จะคว้าชัยชนะ แต่ หลุยส์ เอ็นริเก้ กุนซือของเปแอสเช ยอมรับว่าทีมยังมีจุดอ่อน โดยเฉพาะเกมรับที่ปล่อยให้คู่แข่งกลับเข้าสู่เกมได้
“นี่คือหนึ่งในเกมที่ดีที่สุดที่ผมเคยมีส่วนร่วม จังหวะเกมมันรวดเร็วและเต็มไปด้วยคุณภาพ แต่เราก็ยังทำพลาด โดยเฉพาะหลังนำ 5-2 เราควรจะควบคุมเกมให้ดีกว่านี้ ไม่ปล่อยให้สถานการณ์กลับมาเสี่ยง” เอ็นริเก้กล่าว

ฝั่ง บาเยิร์น มิวนิก แม้จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ แต่ แวงซ็องต์ กอมปานี กุนซือของทีม ยังแสดงความเชื่อมั่น พร้อมตั้งข้อสงสัยต่อจังหวะสำคัญในเกม โดยเฉพาะการเสียจุดโทษ
“ผมคิดว่านั่นเป็นจังหวะที่น่ากังขา บอลเหมือนจะโดนตัวก่อนแล้วค่อยไปโดนแขน ซึ่งมันส่งผลต่อโมเมนตัมของเกม” กอมปานีกล่าว
เขายังย้ำว่าทีมยังไม่หมดหวัง แม้จะเสียถึง 5 ประตูในเกมนี้
“โดยปกติแล้ว การเสียประตูมากขนาดนี้อาจทำให้คุณตกรอบไปแล้ว แต่เรายังตามแค่ลูกเดียว และการได้กลับไปเล่นในบ้านทำให้เรายังมีโอกาส”

ด้าน เวย์น รูนีย์ อดีตดาวยิงทีมชาติอังกฤษ วิเคราะห์เกมนี้อย่างเผ็ดร้อน โดยชี้ว่าแม้จะเป็นเกมที่สนุก แต่คุณภาพเกมรับของทั้งสองทีมยังน่าผิดหวัง
“มันเป็นเกมที่สนุกก็จริง แต่ในระดับนี้คุณไม่ควรเสียประตูง่ายแบบนี้ โดยเฉพาะตอนที่เปแอสเชนำ 5-2 พวกเขาควรปิดเกมให้ได้ ไม่ใช่เปิดแลกต่อ” รูนีย์กล่าว
“ส่วนบาเยิร์นก็ชัดเจนว่าเน้นเกมรุกมาก แต่เกมรับยังไม่มีความเป็นระบบ บางประตูที่เสียไปเหมือนฟุตบอลระดับเยาวชน ซึ่งมันไม่ควรเกิดขึ้นในเวทีนี้”
นอกจากความมันในสนามแล้ว เกมนี้ยังสร้างสถิติที่น่าสนใจหลายอย่าง โดยเฉพาะการที่ทั้งสองทีมยิงรวมกันถึง 9 ประตู ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์รอบรองชนะเลิศของฟุตบอลยุโรปทุกรายการ ที่ทั้งสองฝั่งทำประตูได้เกิน 4 ลูกในเกมเดียว
ขณะเดียวกัน นี่ยังเป็นเพียงครั้งที่สองในรอบน็อกเอาต์ของยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ที่มีสกอร์รวมสูงขนาดนี้ ต่อจากเกมสุดคลาสสิกระหว่าง เชลซี กับ ลิเวอร์พูล ที่เสมอกัน 4-4 ในรอบก่อนรองชนะเลิศฤดูกาล 2008/09
จากผลการแข่งขันนัดแรก ทำให้ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง กุมความได้เปรียบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะสกอร์ห่างกันแค่ประตูเดียว และเมื่อพิจารณาจากรูปเกมที่ทั้งสองทีมมีแนวรุกอันจัดจ้าน ทำให้ทุกอย่างยังเปิดกว้าง
สำหรับเลกสอง บาเยิร์น มิวนิก จะกลับไปเล่นในบ้านของตัวเอง ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศกดดันและพลังเชียร์มหาศาล ทำให้เกมนัดตัดสินยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และมีโอกาสสูงที่แฟนบอลจะได้เห็นอีกหนึ่งแมตช์สุดเดือดที่อาจตัดสินกันจนถึงวินาทีสุดท้ายอีกครั้ง

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews