5 พรรค รับข้อเสนอ “อ.ปริญญา” แก้กม.ยกเลิกจำคุกแทนค่าปรับ

การเมือง ข่าว
5 พรรค รับข้อเสนอ “อ.ปริญญา” แก้กฎหมาย ยกเลิกจำคุกแทนค่าปรับ แก้ไขบัตรเลือกตั้ง สส.เขต เพิ่มชื่อผู้สมัคร และพรรค ลดความสับสน ปิดช่องใช้บัตรข้ามเขต

 

ตัวแทน 5 พรรคการเมือง ประกอบด้วย นายกรวีร์ ปริศนานันกุล สส. อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ,นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน , นายจตุรนต์ ฉายแสง สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ,นายอรรถกร ศิริลัทยากร สส.พรรคกล้าธรรม และนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ รับหนังสือจาก รศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เรื่องขอเสนอแก้ไขกฎหมายยกเลิกการกักขังแทนค่าปรับ และการแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.

โดย รศ.ดร.ปริญญา กล่าวว่า ตนเป็นตัวเป็นตัวแทนของนักศึกษาและคณาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มายื่นหนังสือถึง 5 พรรคการเมือง 2 เรื่อง ซึ่งเรื่องแรก เป็นกรณีผู้กระทำผิดที่ถูกลงโทษเพียงค่าปรับ แต่ไม่มีเงินจ่าย ต้องถูกกักขังแทนค่าปรับ แม้จะมีการให้บริการสังคมได้ ในทางปฏิบัติมีการบริการสังคมน้อยมากไม่ถึง 10% จึงได้หารือกับ 5 พรรคการเมืองและเห็นตรงกันในหลักการที่คนจนซึ่งไม่มีเงินจ่ายค่าปรับต้องมาติดคุก เป็นปัญหาใหญ่ที่ควรแก้ไข ควรให้โอกาสในการทำงานบริการสังคมแทน พร้อมให้โอกาสฟื้นฟูเยียวยาเพื่อไม่ให้เขากระทำผิดซ้ำ โดย 5 พรรคการเมือง เห็นตรงกันว่าเรื่องนี้ควรมีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา29 ที่กำหนดว่าใครที่ไม่มีเงินจ่ายค่าบัตร ต้องถูกจำคุกแทนค่าปรับ เป็นให้บริการสังคมแทน ส่วนรายละเอียดและวิธีการที่เหมาะสมจะมีการหารือร่วมกันกับ 5 พรรคการเมืองต่อไป

รศ.ดร.ปริญญา ยังกล่าวว่า ประเด็นที่สองจากปัญหาการเลือกตั้งที่ผ่านมา เกิดความไม่สะดวกและมีข้อสงสัย และข้อกังวลใจหลายประการ จึงอยากให้ 5 พรรค การเมืองพิจารณาแก้ไข ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ใน 4 เรื่อง คือ ความสะดวกของประชาชน หลักความโปร่งใส ในการนับคะแนนลงคะแนน และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการช่วยตรวจสอบการเลือกตั้ง รวมถึงการประกาศผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งและผลคะแนนรายเขต

รศ.ดร.ปริญญา กล่าวว่า จากการหารือมีเรื่องที่ 5 พรรคการเมือง เห็นต้องกันในหลักการ ให้มีการแก้ไข คือ บัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ซึ่งปัจจุบัน กกต. ได้จัดทำบัตรที่มีแต่หมายเลขของผู้สมัครเพียงอย่างเดียว ไม่มีชื่อผู้สมัครไม่มีชื่อพรรคการเมืองที่สังกัด โดยที่ 400 เขตเบอร์ของผู้สมัครในพรรคการเมืองเดียวกันก็แตกต่างกันไปแต่ละเขต ทำให้เกิดปัญหาความสับสนของประชาชน ไม่สะดวก ต้องจดจำหมายเลข รวมถึงเกิดปัญหาเป็นช่องทางให้มีการใช้บัตรข้ามเขตเลือกตั้ง ซึ่งกระทบต่อหลักสุจริตเที่ยงธรรมในการเลือกตั้ง

“5 พรรค การเมืองเห็นพ้องต้องกันว่าในบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตควรมีชื่อผู้สมัครและชื่อพรรคการเมืองที่สังกัดด้วย ส่วนในประเด็นอื่นทั้งเรื่องหลักการความโปร่งใสและและการมีส่วนร่วมของประชาชน เป็นเรื่องที่จะพิจารณากันต่อไป ขณะที่เรื่องก่อเวลาขณะนิติศาสตร์ธรรมศาสตร์เสนอว่าเลือกตั้งเสร็จภายใน 24 ชั่วโมงควรจะประกาศจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งได้ ซึ่งการเลือกตั้งที่ผ่านมาก็มีการประกาศในวันรุ่งขึ้น ส่วน ภายใน 48 ชั่วโมงควรประกาศผลคะแนนรายหน่วยได้ เพราะเมื่อย้อนไปในสมัยที่กระทรวงมหาดไทยการเลือกตั้งก็สามารถทำได้” รศ.ดร.ปริญญา ระบุ

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่