ตร.ไซเบอร์ จ่อเอาผิด พ.ร.บ.คอมฯ “เบิร์ด วันว่างว่าง” ควบคู่คดีทําร้ายร่างกาย ชี้ไม่สํานึกพฤติกรรมซ้ำซาก แนะแสดงตัวโดยเร็วเพื่อชี้แจงความบริสุทธิ์พร้อมชวนประชาชนช่วยกันกดรีพอร์ต “คอนเทนต์ขยะ”
พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เปิดเผยถึงกรณีการทําคอนเทนต์ที่ไม่เหมาะสมของ “เบิร์ดวันว่างๆ” หลังประสานข้อมูลกับทางตํารวจสภ.พระประแดง หลังมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดี ว่า กรณีที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่กระทบกับคนไทยทั้งประเทศ ก่อนหน้านี้ตํารวจไซเบอร์เคยสั่งปิดเพจ “เบิร์ด วันว่างๆ V1” ไปแล้วแต่นี้ก็ยังมี V2 ขึ้นมาอีก อย่างไรก็ตามคอนเทนต์ไม่เหมาะสมแบบนี้เราไม่ควรสนับสนุนและควรช่วยกันรีพอร์ตในทุกแพลตฟอร์ม
เบื้องต้นตํารวจไซเบอร์ได้ประสานไปยัง สภ.พระประแดง หลังมีผู้เสียหาย 2 ราย เข้าแจ้งความดําเนินคดีตอนนี้อยู่ระหว่างรอผลตรวจร่างกาย ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นเข้าข่ายในหลายความผิด อาทิ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ โดยตํารวจไซเบอร์ 2 ร่วมกับ กองบังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บก.ตอท. อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเพื่อสั่งปิดบัญชีส่วนกรณีอ้างว่าเป็นแป้งมันไม่ใช่กาวยาแนวนั้นขึ้นอยู่กับการสืบสวน

สําหรับความผิดแยกเป็น 2 ส่วน คือคดีอาญาในเรื่องของการกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกายซึ่งต้องรอผลแพทย์ว่าได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือมากน้อยเพียงใด ส่วนที่สองเป็นคดีออนไลน์ จากการตรวจสอบพบเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1) ในเรื่องของการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งการโพสต์คลิปแนะกาวยาแนวใส่ประชาชนและคลิปที่กล่าวอ้างว่า ผงดังกล่าวเป็นแป้งมัน ไม่ใช่กาวยาแนว ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงด้วย ขณะเดียวกัน ก็จะผิดในมาตรา 14 (2) ในเรื่องของการเผยแพร่ข้อมูลที่ทำให้ประชาชนตื่นตระหนกตกใจ ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากนี้ทางของบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์กาวยาแนวอยู่ระหว่างพิจารณาเพื่อดําเนินคดีตามกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องละเมิดตามกฎหมายแพ่งและความผิดเกี่ยวกับเรื่องเครื่องหมายการค้าและการคุ้มครองผู้บริโภค ส่วนประชาชนที่ปรากฏในคลิปและต้องการที่จะแจ้งความในเรื่องของการไม่ยินยอมให้เผยแพร่ ก็สามารถแจ้งความดำเนินคดีได้เช่นเดียวกัน ในเรื่องความผิดเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA
อย่างไรก็ตามล่าสุดมีการถ่ายคลิปโพสต์ลงโซเชียลเดินทางออกนอกประเทศไปแล้วนั้น พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ ระบุว่า คนอย่างนี้จะอยู่ในสังคมได้อย่างไรอีกทั้งยังเคยจําคุกมา 4 เดือน แค่ก็ออกมาทําพฤติกรรมแบบเดิมหากเห็นข่าวก็ขอให้กลับมาและไปแสดงตัวต่อพนักงานสอบสวน สภ.พระประแดง เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง

ในส่วนของการออกหมายจับต้องดูที่เจตนาเป็นหลัก รวมทั้งต้องสามารถพิสูจน์ยืนยันตัวบุคคลได้แน่ชัดว่า ผู้ที่เป็นคนโพสต์หรือนำเข้าข้อมูลส่วนระบบคอมพิวเตอร์ คือเบิร์ดวันว่าง ๆ จริง ซึ่งหากสามารถพิสูจน์ได้ ก็จะสามารถออกหมายจับได้ ดังนั้นในส่วนนี้ ต้องรอให้นายเบิร์ดเข้ามาพบตำรวจและนำโทรศัพท์ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน ถึงจะสามารถยืนยันตัวบุคคลและออกหมายจับได้แต่จากพฤติกรรมของเบิร์ด ถือว่าไม่มีความสำนึก ทั้งที่ยังอยู่ในช่วงรอลงอาญา ดังนั้นทางตํารวจไซเบอร์เตรียมที่จะดำเนินการยื่นเสนอต่อศาลเพื่อดำเนินการคุมขังในคดีเก่าที่อยู่ในระหว่างการรอลงอาญา
ทั้งนี้ พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ ฝากทิ้งท้ายไปยังบรรดาอินฟลูเอนเซอร์ทั้งหลายด้วยว่าใครก็ตามที่ทำเนื้อหาในลักษณะที่ไม่เหมาะสมแบบนี้ขอให้เลิกทำ เพราะนอกจากจะเป็นการคุกคามประชาชนและผิดกฎหมายแล้ว ยังอาจทำให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบและเป็นการไม่สร้างสรรค์บนโลกออนไลน์อย่างมาก “คอนเทนต์ขยะก็คือขยะ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามก็ไม่ควรให้ความสำคัญ”
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews