ครม. เห็นชอบอิรักเปิดสถานเอกอัครราชทูตประจำไทย ยกระดับความร่วมมือการค้า และพลังงาน
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติ (30 มิถุนายน 2569) เห็นชอบกรณีรัฐบาลสาธารณรัฐอิรักเสนอขอเปิดสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิรักประจำประเทศไทย ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ หลังอิรักแสดงความประสงค์กลับมาเปิดสถานเอกอัครราชทูตในไทยอย่างต่อเนื่อง ภายหลังสถานการณ์ภายในประเทศมีเสถียรภาพมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นวาระครบรอบ 70 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–อิรักในปี 2569
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเปิดสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิรักประจำประเทศไทยจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประสานงานระหว่างสองประเทศ และเปิดโอกาสขยายความร่วมมือในหลายด้าน โดยเฉพาะด้านพลังงาน ซึ่งอิรักเป็นประเทศที่มีทรัพยากรน้ำมันมากเป็นอันดับ 4 ของโลก ด้านการค้าและการลงทุน ซึ่งอิรักเป็นตลาดส่งออกข้าวสำคัญของไทย รวมถึงด้านการท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวชาวอิรักเดินทางมาไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 มีจำนวน 15,644 คน เพิ่มขึ้นกว่าสามเท่าจากปีก่อน ทั้งยังช่วยเสริมบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ของไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง และเพิ่มศักยภาพในการดูแลคนชาติอิรักได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ครม. ไฟเขียวปรับโครงสร้างสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล DGA ขึ้นกำกับรัฐมนตรีดีอี หนุนรัฐบาลดิจิทัลเดินหน้าเป็นเอกภาพ
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ (30 มิถุนายน 2569) ร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดศ.) เสนอ หลังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ร่าง พ.ร.ฎ มีสาระสำคัญในการแก้ไขผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2561 จาก “นายกรัฐมนตรี” เป็น “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม” เพื่อให้การกำกับดูแลสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (สพร.) สอดคล้องกับภารกิจด้านรัฐบาลดิจิทัลของกระทรวง และขับเคลื่อนนโยบายได้อย่างเป็นเอกภาพ
การปรับโครงสร้างดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่มุ่งเร่งพัฒนารัฐบาลดิจิทัล เชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐทั้งระบบ เปิดเผยข้อมูลภาครัฐ (Open Data) และยกระดับการบริหารราชการให้ทันสมัย มีประสิทธิภาพ พร้อมบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและภาคธุรกิจ รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว โดยคณะรัฐมนตรียังให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมนำความเห็นของสำนักงาน ก.พ.ร. ไปพิจารณาดำเนินการในขั้นตอนต่อไปด้วย
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews