ครม.มีมติเห็นชอบค่าไฟ 200 หน่วยแรก ไม่เกิน3 บาท เริ่มรอบบิล มิถุนายนนี้ – เคาะงบปี 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท เพิ่มเล็กน้อย 0.2% เน้นใช้งบ “ตรงเป้า คุ้มค่า” ลดขาดดุล
นางสาวรัชดา ธนดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในที่ประชุม ครม.วันนี้ ได้พิจารณาวาระแห่งชาติด้านพลังงาน โดยประเด็นหลักในการพิจารณาคือการบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงานที่ผันผวนและส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะพิจารณาดูแลความเดือดร้อนของประชาชนในปัจจุบันนี้ และพัฒนาประสิทธิภาพลดการนำเข้าพลังงาน
ส่วนเรื่องค่าไฟ ครม.เห็นชอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คพช. ไปดำเนินการตามวาระแห่งชาติด้านพลังงานนี้โดยเป็นการดูแลประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าภาคครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรกอัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วยในรอบบิลเดือนมิถุนายน 2569 นี้ ซึ่งเป็นประโยชน์กับประชาชนประมาณ 20 ล้านครัวเรือน
ส่วนครัวเรือนที่ใช้ไฟเกิน 200 หน่วย อยากให้พิจารณาเรื่องการใช้โซลาร์รูฟท็อป เพราะรัฐบาลมีมาตรการส่งเสริมการติดโซลาร์รูฟท็อป เพราะมีทั้งเรื่องของเงินก้อนดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนจ่ายถูกกว่าค่าไฟและการรับซื้อคืนด้วย แต่หากไม่ขายคืนก็ยังสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้
นอกจากภาคประชาชนแล้วยังส่งเสริมให้ภาครัฐติดตั้งโซล่ารูฟท็อปด้วย
นางสาวรัชดา ยัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 จำนวน 3,788,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2569 (วงเงิน 3,780,600 ล้านบาท) เป็นจำนวน 7,400 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.2
วงเงินดังกล่าวเป็นไปตามผลการหารือร่วมของ 4 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2569 และสอดคล้องกับแผนการคลังระยะปานกลาง ปีงบประมาณ 2570–2573 ที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบก่อนหน้านี้
ทั้งนี้ กรอบงบประมาณยังคงอยู่ภายใต้หลักวินัยการเงินการคลัง โดยมี
1) ประมาณการรายได้รัฐบาลสุทธิ 3,000,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 79,400 ล้านบาท หรือร้อยละ 2.7 จากปีก่อนหน้า
2) กำหนดนโยบายงบประมาณแบบขาดดุลไว้ที่ 788,000 ล้านบาท ลดลงจากปี 2569 จำนวน 72,000 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 8.4
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่า เนื่องจากวงเงินงบประมาณเพิ่มขึ้นในระดับจำกัด นายกรัฐมนตรีจึงกำชับให้หน่วยงานภาครัฐจัดทำงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นความ “ตรงเป้า แม่นยำ และตอบโจทย์” ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน
นอกจากนี้ ยังต้องยึดหลักความคุ้มค่า ความจำเป็น ความเร่งด่วน และความเหมาะสมกับสถานการณ์ รวมถึงการใช้แนวคิดงบประมาณฐานศูนย์ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมทั้งพิจารณาใช้แหล่งเงินอื่นนอกงบประมาณ เช่น เงินนอกงบหรือแหล่งทุนทางเลือก สำหรับโครงการลงทุนภาครัฐ เพื่อลดภาระงบประมาณโดยรวมของประเทศ
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews