ดราม่าทุเรียนลูกละ 100 บาท คำถามทั้งตลาด พาณิชย์แจงเป็นแค่โปรฯ เกรดรองเท่านั้น
กลายเป็นประเด็นร้อนทันที เมื่อมีกระแสไลฟ์ขาย “ทุเรียนลูกละ 100 บาท” จากหลายฝ่ายเกิดคำถามขึ้น ว่า ราคานี้สะท้อนต้นทุนจริงหรือไม่และจะกระทบต่อราคาทุเรียนในตลาดหรือเปล่า
ล่าสุด กระทรวงพาณิชย์ออกมาชี้แจงต่อเนื่อง โดยระบุว่า ทุเรียนราคาลูกละ 100 บาทเป็นเพียง “โปรโมชั่น” จากผู้ประกอบการออนไลน์ เพื่อที่เร่งระบายผลผลิตและกระตุ้นการบริโภคในประเทศ ไม่ใช่ราคาทุเรียนทั่วไปในตลาด ทุเรียนที่นำมาจำหน่ายเป็น “เกรดรอง”ซึ่งยังถือว่า มีคุณภาพดี แต่รูปลักษณ์อาจไม่สวย หรือไม่ได้มาตราฐานส่งออก
ทำให้ราคาต่อกิโลกรัมต่ำกว่าเกรดส่งออกปกติ
ขณะที่การติดตามสถานการณ์ราคา เมื่อวานนี้ 27 เมษายน 69 ที่ผ่านมา พบว่า ราคาทุเรียนในตลาดยังเคลื่อนไหวตามกลไกปกติ และแตกต่างกันตามคุณภาพ ดังนี้
เกรดส่งออก AB อยู่ที่ประมาณ 135–150 บาทต่อกิโลกรัม
เกรด C อยู่ที่ 90–100 บาทต่อกิโลกรัม เกรด D อยู่ที่ 70–80 บาทต่อกิโลกรัม
เกรดคละ อยู่ที่ 125–130 บาทต่อกิโลกรัม
และพาณิชย์ย้ำว่า ราคาดังกล่าว ถือว่า สอดคล้องกับฤดูกาลและคุณภาพสินค้าพร้อมยืนยันจะติดตามสถานการณ์ทั้งราคาและปริมาณผลผลิตอย่างใกล้ชิดเพื่อรักษาสมดุลในตลาด และสร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกรและผู้บริโภค
ในส่วนของกระแสไลฟ์ขายทุเรียน กระทรวงพาณิชย์ระบุว่า เป็นการทำธุรกิจแบบดีลตรงกับเกษตรกรเพื่อช่วยขยายช่องทางการจำหน่ายผ่านรูปแบบ Live Commerceที่ช่วยให้ผลผลิตกระจายตัวได้ไวขึ้นและเข้าถึงผู้บริโภคง่ายขึ้น
โดยเฉพาะในปีที่มีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก ทั้งนี้ ภาครัฐไม่มีนโยบายสนับสนุนผู้ค้ารายใดเป็นพิเศษ
แต่จะกำกับดูแลไม่ให้เกิดการกดราคาสินค้า และให้เป็นไปตามกลไกตลาดอย่างเป็นธรรม
อย่างไรก็ตามตาม ประเด็นดังกล่าวยังถูกตั้งคำถามจากทั้งประชาชนและนักการเมืองโดย น.ส. วริสา จากพรรคประชาชน ได้ออกมาแสดงความกังวลว่า การขายทุเรียนในราคาลูกละ 100 บาท อาจส่งผลกระทบต่อกลไกราคาในตลาดได้โดยให้เหตุผลว่า ปัจจุบันราคาหน้าสวนของทุเรียนเกรด A-C จะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 120 บาทต่อกิโลกรัม
และทุเรียนทั่วไปมีน้ำหนักราว 2-6 กิโลกรัมต่อผล ทำให้ราคาที่เหมาะสมครวอยู่ที่ 240 บาทขึ้นไปต่อผล
ฉะนั้น ทุเรียนที่ขายในราคาลูกละ 100 บาท จึงอาจมีความเป็นไปได้ว่า เป็นทุเรียนเกรดรองหรือมีตำหนิด้านรูปลักษณ์ ทุเรียนลูกขนาดเล็ก เป็นต้นซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับคำว่า ทุเรียนคุณภาพ ตามที่มีการสื่อสาร
นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตว่า การขอความร่วมมือให้เกษตรกรขายในราคาที่ต่ำกว่าตลาดอาจเข้าข่ายเป็นการกดราคาสินค้า และส่งผลกระทบต่อชาวสวนรายอื่นที่ขายในราคาปกติ
วริสาย้ำว่า แม้จะเห็นด้วยกับการใช้ช่องทางออนไลน์และการลดคนกลางเพื่อเพิ่มโอกาสให้เกษตรกรแต่การดำเนินการควรคำนึงถึงผลกระทบต่อระบบราคาในภาพรวมและควรเน้นการทำให้เกษตรกรสามารถขายสินค้าได้ใน “ราคาที่เป็นธรรม”มากกว่าการใช้ราคาถูกเพื่อกระตุ้นยอดขาย
ประเด็นนี้จึงยังคงเป็นที่จับตา ว่าสุดท้ายแล้วจะเป็นเพียงกลยุทธ์ระบายสินค้าในระยะสั้นหรือจะส่งผลต่อทิศทางราคาทุเรียนในตลาดโดยรวมในระยะยาว
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews