หากพูดถึงเรื่องประเด็นดราม่าร้อนในแวดวงเกษตรไทย ก็คงไม่พ้นเรื่องข้อพิพาทระหว่างภาครัฐกับล้งรับซื้อสินค้าเกษตรเรื่องราคาตกต่ำและการจัดระเบียบตลาด โดยเฉพาะ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่กลายเป็นศูนย์กลางของข้อวิพากษ์วิจารณ์ในหลายประเด็นสำคัญ แบบยังไม่ทันได้พิสูจน์ฝีมือบริหารตลาด ตั้งแต่ประเด็นมะพร้าวน้ำหอม ปาล์มน้ำมัน ไปจนถึงทุเรียน ซึ่งล้วนเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศ
เริ่มจากประเด็น “มะพร้าวน้ำหอม” ช่วงต้นเดือนมีนาคม ที่ถูกตั้งคำถามถึงทิศทางการบริหารจัดการตลาดและการส่งออก หลังเกษตรกรบางส่วนสะท้อนปัญหาราคาผันผวน และการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดต่างประเทศ ขณะที่ผู้ประกอบการบางรายมองว่า นโยบายและการสื่อสารยังไม่ชัดเจน ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของคู่ค้าโดยล้งมะพร้าวน้ำหอมกว่า 239 แห่ง ขู่งดรับซื้อผลผลิตเพื่อตอบโต้มาตรการตรวจเข้มการนำเข้าและการดำเนินธุรกิจของภาครัฐ แต่ “ศุภจี” ก็ไม่หวั่นไหวต่อคำขู่ โดยสั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและระบุว่าหากล้งจะหยุดซื้อก็ให้หยุดไปเลย พร้อมผุดไอเดียตั้ง “ล้งกลาง” เพื่อเป็นทางเลือกในการรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรและลดการพึ่งพาล้งเอกชนที่อาจมีการกดราคา พร้อมทั้งได้ชี้แจงต่อสภา ว่า ราคาอาจตามคุณภาพ ปัญหาไม่สามารถแก้ได้วันเดียว เพราะเป็นปัญหาที่สะสมมานานต้องแก้ตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงคุณภาพของแพ็คเกจ ซึ่งในปีนี้มีผลผลิตมะพร้าวออกมาจำนวนมาก ราคาอาจจะตกลงบ้าง
ต่อเนื่องด้วย “ปาล์มน้ำมัน” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดร้อน เมื่อเกิดเสียงวิจารณ์เรื่องโครงสร้างราคา และความไม่สมดุลระหว่างต้นทุนการผลิตกับราคาที่เกษตรกรได้รับ หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า การบริหารจัดการสต๊อกและกลไกตลาด ยังไม่สามารถตอบโจทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ปัญหาซ้ำซากยังคงเกิดขึ้น
โดย“ศุภจี” ชี้แจงว่า ราคาน้ำมันปาล์มดิบ ขณะนี้อยู่ในช่วงราคาลงต่อเนื่อง และอ้าอิงราคามาเลเซีย อยู่ที่ 37.48 บาทต่อกิโลกรัม แต่ราคาขายในประเทศอยู่ที่ 38 บาทต่อกิโลกรัม จึงไม่มีใครอยากส่งออก และยืนยันไม่มีนโยบายห้ามการส่งออก ส่วนที่บอกอย่านั่งเทียนนั้น ควรให้เกียรติกัน ทุกคนทำงานเต็มที่ การพูดแบบนี้ไม่สร้างสรรค์
และต่อด้วยประเด็นโปรโมท “ทุเรียน” ที่มีการดึงอินฟลูฯ ชื่อดังไลฟ์สดขาย “ทุเรียนลูกละ 100 บาท” จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากอดีตผู้สมัคร สส. และชาวสวนทุเรียน ว่านี่คือการช่วยเกษตรกรหรือกำลังซ้ำเติมวิกฤตราคาผลผลิตกันแน่ เพราะปัจจุบันราคาหน้าสวนเกรด ABC อยู่ที่กิโลกรัมละ 120 บาท (เฉลี่ยลูกละ 240+ บาท) การนำมาขายในราคา 100 บาทต่อลูก จึงน่าสงสัยว่าทุเรียนที่นำมาขายคือเกรดไหน
ทำให้ “ศุภจี” ต้องชี้แจงว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับกระทรวงพาณิชย์ แต่เป็นเทคนิคในการทำโปรโมชั่นอินฟลูฯ ชื่อดัง ส่วนจะมีการกำหนดเงื่อนไขหรือระยะเวลาในการขายต้องรอดู แต่เชื่อว่าไม่น่ามีปัญหาเรื่องคุณภาพไม่ตรงปก เพราะกระแสแรงขนาดนี้ มีคนจับตามองเยอะแยะมากมาย หน่วยงานที่ควบคุมกำกับ ต้องจับตาเช่นเดียวกัน ส่วนราคา ABC ซึ่งเป็นเกรดส่งออก จะอยู่ที่ประมาณ 140-150 บาท/ กิโลกรัม พร้อมย้ำว่า ทุเรียนมีหลายเกรด หลายสายพันธุ์ และหลายคุณภาพ จึงจึงขอให้เราดูโปรโมชั่นก่อน
อย่างไรก็ตาม ทั้ง 3 ประเด็นนี้ ทำให้ “ศุภจี” ถูกจับตามองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในฐานะบุคคลที่มีบทบาทเกี่ยวข้องกับนโยบายหรือทิศทางในภาคเกษตร โดยเฉพาะการค้าขายในช่วงที่เกษตรกรกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งต้นทุนที่สูงขึ้น สภาพอากาศที่แปรปรวน และการแข่งขันในตลาดโลกที่เข้มข้น ทั้งนี้ ผลงาน และดราม่า ของ “ศุภจี” ถือเป็นบททดสอบชั้นดี ต่อรัฐบาล “อนุทิน 2” ในการแก้ปัญหาปากท้องให้ประชาชน…
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews