ประชุมครม.”พลังงาน”ชงปรับโครงสร้างค่าไฟ”ไทยช่วยไทยพลัส”ยังไม่เข้า

การเมือง ข่าว

 

นายกฯ นำประชุม ครม. จับตา! ก.พลังงาน ชงปรับโครงสร้างค่าไฟ อุ้มคนใช้น้อยไม่เกิน200หน่วย พร้อมขอกู้กองทุนน้ำมัน 2หมื่นล้าน ขณะ“ไทยช่วยไทยพลัส”ยังไม่เข้า ชี้ต้องรอหลัง 30 เม.ย.ก่อนเปิดลงทะเบียน พ.ค. หลังคลังเคาะแล้วให้กว่า20ล้านสิทธิ

 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีประจำสัปดาห์ โดยมีบรรดารองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยต้องจับตาดูกระทรวงพลังงาน เสนอปรับโครงสร้างค่าไฟใหม่ ก่อนนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ในวันพรุ่งนี้(29 เม.ย.) เพื่อให้มีผลใช้ในรอบบิล มิ.ย.เป็นต้นไป โดยอัตราค่าไฟใหม่จะครอบคลุม 23.2 ล้านครัวเรือน แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้

1.กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าน้อยกว่า 200 หน่วย (กลุ่มเป้าหมายหลัก) จะมุ่งเน้นช่วยเหลือผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อยใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน โดยกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ซึ่งกลุ่มที่ได้รับผลประโยชน์ครอบคลุม 23.2 ล้านครัวเรือน แบ่งเป็นกลุ่มเดิมที่ใช้ไฟน้อยกว่า 200 หน่วย จำนวน 15.4 ล้านครัวเรือน และกลุ่มที่ใช้ไฟมากกว่า 200 หน่วยอีก 7.8 ล้านครัวเรือน ที่จะได้รับอานิสงส์จากการปรับโครงสร้าง

2.กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้า 201-400 หน่วย (กลุ่มเรตปกติ) เป็นครัวเรือนใช้ไฟฟ้าระดับปานกลางคิดอัตราค่าไฟฟ้าเรตปกติที่ 3.95 บาทต่อหน่วย มีประชาชนกลุ่มนี้ 4.6 ล้านครัวเรือน

3.กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 401 หน่วยขึ้นไป (กลุ่มรอปรับอัตราใหม่) สำหรับบ้านเรือนที่ใช้ไฟฟ้าสูงมี 3.2 ล้านครัวเรือน จะถูกปรับขึ้นจากเดิมเฉลี่ย 4.50 บาทต่อหน่วย เป็นมากกว่า 5 บาทต่อหน่วย หรือเพิ่มขึ้น 1 บาทต่อหน่วย ดังนั้นแนะนำเพิ่มเติมสำหรับประชาชนกลุ่มนี้ควรพิจารณาติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์เป็นทางเลือกประหยัดค่าไฟฟ้า

นอกจากนี้ กระทรวงพลังงาน จะมีการเสนอ ที่ประชุม ครม. อนุมัติในหลักการกู้ยืมเงินจากสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) จำนวน 2 หมื่นล้านบาท โดยไม่ต้องให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกัน

สำหรับโครงการไทยช่วยไทยพลัส ยังไม่เข้าที่ประชุม ครม. ในสัปดาห์นี้ โดยต้องรอสอบถามกรมบัญชีกลางและสํานักงบประมาณว่าเหลือเงินเท่าไหร่ ที่จะใช้ในโครงการ จากนั้น จะนําเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจสัปดาห์หน้า

แต่มีรายงานว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับโครงการและเตรียมแหล่งที่มาของเงินเรียบร้อยแล้ว รวมทั้วจำนวนคนที่จะได้รับสิทธิกว่า 20 ล้านคน โดยรัฐจ่ายให้ 60% และผู้ได้รับสิทธิจ่ายเอง 40% โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนในเดือนพ.ค. และเริ่มรับเงินในเดือนมิ.ย. คนละ 4,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน เดือนละ 1,000 บาท

ในส่วนของจำนวนเงินงบประมาณปี 2569 ที่ไม่สามารถก่อหนี้ผูกพันได้ภายในวันที่ 30 เม.ย. ว่ามีจำนวนเท่าใด เพื่อจะออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณดังกล่าวมาใช้ในโครงการดังกล่าว

ขณะเดียวกัน ที่ ครม.จะมีการพิจารณาให้ความเห็นชอบ การทบทวนประมาณการรายได้ กำหนดนโยบาย วงเงินงบประมาณรายจ่าย และโครงสร้างงบประมาณ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ตามมติของ 4 หน่วยงานเศรษฐกิจ ได้แก่ กระทรวงการคลัง สศช. ธนาคารแห่งประเทศไทย และสำนักงบประมาณ

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่