สหรัฐฯ-อิหร่าน การทูตการทูตหยุดชะงัก-น้ำมันดิบพุ่ง 2%

ต่างประเทศ ข่าว
สหรัฐฯ-อิหร่าน การทูตโดยตรงหยุดชะงัก “ทรัมป์” เสนอเจรจาทางโทรศัพท์ ปธน.อิหร่านย้ำต้องเลิกปิดล้อมก่อนเจรจา ขณะ รมต.ต่างประเทศ มุ่งหน้ารัสเซีย ทำน้ำมันดิบราคาพุ่ง 2%

 

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เสนอให้มีเจรจาทางโทรศัพท์กับอิหร่าน ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงจากการเจรจาทางการทูตโดยตรง ไปสู่การเจรจาทางโทรศัพท์ เนื่องจากความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้น ท่ามกลางการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซที่ดำเนินอยู่

นายอับบาส อาราคชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน หลังจากเจรจาทางการทูตผ่านปากีสถาน และโอมาน ก็เดินทางไปยังรัสเซีย ซึ่งเน้นย้ำถึงความล้มเหลวในการเจรจาหยุดยิง สื่ออเมริกา ระบุ สถานการณ์เข้าสู่ภาวะชะงักงันแบบ “ไม่มีสงคราม ไม่มีสันติภาพ”

รายงานระบุ ทรัมป์ กล่าวว่า “เรากุมอำนาจทั้งหมด” พร้อมเสริมว่า “พวกเขาสามารถโทรหาเราได้ทุกเมื่อที่ต้องการ เรามีสายโทรศัพท์ที่ปลอดภัย” โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของอิหร่านกำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก และเตือนว่าข้อจำกัดในการจัดเก็บอาจทำให้เกิดการระเบิดภายในไม่กี่วัน ซึ่งยิ่งเพิ่มความเร่งด่วนให้กับอิหร่าน

ก่อนหน้านี้ “ทรัมป์” เขียนบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย Truth Social ว่า อิหร่านได้ส่งข้อเสนอหลายอย่างแล้ว แต่ “ยังไม่เพียงพอ” ทำให้ยกเลิกแผนการเยือนปากีสถานของ สตีฟ วิทคอฟฟ์ ทูตพิเศษประจำตะวันออกกลาง และจาเร็ด คุชเนอร์

สื่อิหร่านรายงานว่า 4 เงื่อนไขของอิหร่านที่เสนอไป ได้แก่ การบังคับใช้กรอบกฎหมายใหม่สำหรับช่องแคบฮอร์มุซ,การชดเชยความเสียหายจากสงคราม, การรับประกันว่าจะไม่มีการรุกรานซ้ำอีกโดยฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และการยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล ซึ่งการหารือประเด็นเหล่านี้ดำเนินการแยกต่างหาก จากประเด็นนิวเคลียร์

ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเกียน ของอิหร่าน ย้ำว่า การเจรจาไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ภายใต้การข่มขู่หรือการปิดล้อม โดยยืนยันว่าสหรัฐฯ ต้องยกเลิกข้อจำกัดก่อน

รายงานระบุ การเดินทางไปรัสเซีย ของนายอาราคซี หลังจากเสร็จสิ้นการเยือนภูมิภาค ซึ่งคาดว่าจะพบกับวลาดิเมียร์ ปูติน ในวันที่ 27 เมษายน เพื่อหารือเกี่ยวกับโอกาสในการหยุดยิง

สหรัฐฯ และอิหร่านยังคงอยู่ในภาวะชะงักงันทางยุทธศาสตร์ โดยต่างฝ่ายต่างรอให้อีกฝ่ายยอมอ่อนข้อ แม้ทั้งสองฝ่ายจะพยายามหลีกเลี่ยงสงครามเต็มรูปแบบ แต่ก็ไม่มีฝ่ายใดเต็มใจที่จะละทิ้งยุทธวิธีกดดัน

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเพิ่มขึ้นเกือบ 2% หลังการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านหยุดชะงัก ประกอบกับ การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงจำกัด ทำให้ปริมาณน้ำมันในตลาดโลกตึงตัว

โดยราคาน้ำมันดิบเบรนต์ทะเลเหนือเพิ่มขึ้น 2.16 ดอลลาร์ หรือ 2.0% มาอยู่ที่ 107.49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ของสหรัฐฯ อยู่ที่ 96.17 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.77 ดอลลาร์ หรือ 1.88%

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่