“รอง ผบ.ตร.” แถลงจับ “ร.อ.วิโรจน์” อดีตนาวิกโยธิน มือปืนยิงถล่มรถ “สส.กมลศักดิ์” ยอมรับก่อเหตุจริง ยังไม่ซัดทอดผู้จ้างวาง จ่อส่งกลับนราธิวาส เพื่อขยายผล
ความคืบหน้า กรณีคนร้ายใช้รถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เป็นยานพาหนะ ที่มีการระบุว่า เป็นของสังกัด กอ.รมน.จ.นราธิวาส ใช้อาวุธปืน เอ็ม16 ยิงรถยนต์ของนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ บริเวณหน้าบ้านพัก พื้นที่ ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2569 ส่งผลให้ คนขับรถและนายตำรวจติดตาม บาดเจ็บสาหัส โดยการสืบสวนสามารถขอศาลจังหวัดนราธิวาส
ออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมด 5 ราย จับกุมได้ก่อนหน้าแล้ว 4 รายและล่าสุดคือ ร.อ.วิโรจน์ อดีตนาวิกโยธิน ผู้ต้องหารายที่ 5 และเป็นมือปืน
ล่าสุด พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำ สง.ผบ.ตร. ปฏิบัติราชการ บช.น. และ พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. พร้อมเจ้าหน้าที่ช่วยสืบตรวจนครบาล ติดตามจับตัว ร.อ.วิโรจน์ จับกุมได้บริเวณสะพานมอญใกล้กับทางข้ามฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ม.9 ต.หนองลู อ.สังขละ จ.กาญจนบุรี เป็นการควบคุมตัวได้ก่อนที่จะหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
พล.ต.อ.สำราญ กล่าวว่า คดีนี้นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้เร่งรัดติดตามตัวผู้ก่อเหตุให้โดยเร็ว ซึ่งตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ 19-20 มี.ค.69 หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่จับกุมตัวนายสมพร ลังเดช ผู้ต้องหารายแรก ทำหน้าที่ประสานงาน กับกลุ่มผู้ก่อเหตุและเป็นคนชี้เป้า พร้อมเชิญตัวลูกชายนายสมพรมาสอบปากคำ จากนั้นได้ไปติดตามจับกุมตัวนายอาลาวี อาแว เป็นคนขับรถคันก่อเหตุ ติดตามเป้าหมาย จับได้ที่กรุงเทพฯ ก่อนจะไปจับกุมตัวนายสุนทร เจ้าของอู่รถ ต่อมาจับกุมนายธนภัทร มือปืนอีกราย ได้ที่อำเภอทองภาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี โดยผู้ต้องหาทั้ง 4 รายให้การเป็นประโยชน์ ซึ่งได้นำเก็บไว้ในสำนวน กระทั่งติดตามจับกุม ร.อ.วิโรจน์ มือปืนซึ่งเป็นผู้ต้องหา รายสุดท้ายของขบวนการนี้ โดยทั้ง 5 รายแบ่งหน้าที่ตั้งแต่คนขับรถดูต้นทาง ขับรถพาไปก่อเหตุยิง มือปืน 2 ราย รวมถึงคนชำแหละรถ ลังจากนี้ได้มอบหมายให้ทาง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ขยายผลถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมต่อไป
จากการสอบปากคำ ร.อ.วิโรจน์ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ายิงจริง และให้การว่า ขณะเป็นเรือเอก ได้ไปทำงาน ต่างประเทศ UN องค์กรสหประชาชาติ 16 ปี หลังกลับมาประเทศไทยไม่มีงานทำจึงได้ไปขออาศัยอยู่กับนายสมพร ที่บ้าน และนายสมพร คอยช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ ส่วนจะมีการรับงานจากสมพร หรือไม่อยู่ระหว่างตรวจสอบ ส่วนประเด็นเรื่องการยืมรถ กอ.รมน นั้น ร.อ.วิโรจน์ เองก็ยอมรับในเบื้องต้น มีการยืมกันก่อนหน้าที่จะก่อเหตุแต่รายละเอียดอยู่ระหว่างสอบสวนเพิ่มเติม รวมถึงผู้ต้องหารายอื่นๆ ก็ยอมรับสารภาพเช่นกันแต่ยังให้การขัดแย้งกันอยู่ ส่วนจะไปถึงตัวผู้จ้างวานหรือไม่ จากคำให้การผู้ต้องหายังมีการโยนกันไปมา
เมื่อถามว่าประเด็นการสืบสวนมุ่งเป้าไปที่ประเด็นใดนั้น พล.ต.อ.สำราญ กล่าวว่า สำนวณหลักอยู่ที่ตำรวจภูธรภาค 9 และผู้การจังหวัดนราธิวาส ในส่วนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล เป็นการติดตามจับกุม กลุ่มตัวผู้ต้องหา
พล.ต.อ.สำราญ ยังกล่าวอีกว่า ในส่วนการขยายผลถึงตัวผู้จ้างวาน ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ โดย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและนายกรัฐมนตรีรวมถึงผู้บังคับบัญชาระดับสูง ได้กำชับ ว่าหากพยานหลักฐานถึงใคร ก็ดำเนินการทั้งหมด และตัวคนเจ็บเองก็เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย แม้เป้าหมายจะเป็นตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แต่บุคคลอื่นก็เจ็บด้วย แต่ต้องทำอย่าง เป็นกลาง เที่ยงตรง เที่ยงธรรม หลังจากนี้ต้องดูจากพยานหลักฐาน ทั้งคำให้การ ว่ามีข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร
พล.ต.ท.นพศิลป์ กล่าวว่า หลังได้รับคำสั่งให้ติดตามตัว ร.อ.วิโรจน์ ก็ทราบว่าหลบหนีจาก จังหวัดนราธิวาสซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุไปยัง จังหวัดตรัง จึงมีการติดตามข้อมูลเรื่อยมา ทั้งพวกเราเดิมในจังหวัดระยอง และบ้านพักภรรยาในจังหวัดกรุงเทพฯ จนทราบว่าหลบหนีจากจังหวัดตรัง ไปพังงา และราชบุรี ก่อนจะเข้าไปที่จังหวัดกาญจนบุรี ต่อมานายวิโรจน์ พักโรงแรมม่านรูด 1 คืน ก่อนไปพักที่รีสอร์ตและหนีไปสังขละบุรี จนได้ตัวพยานมาสอบปากคำ ว่านายวิโรจน์ หลบหนีไปอยู่ที่ไหน พบว่า ร.อ.วิโรจน์ มีการข้ามฝั่งพม่า-ไทย จะมีการประสาน ตำรวจภูธรภาค 7 สืบนครบาล และสืบจังหวัดกาญจนบุรี และกองกำลังกองพลที่ 9 และ ฉก.ลาดหญ้า รวมถึงประสานงานกับฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากเป็นเขตทหารและเป็นพื้นที่ชายแดนจนพบตัว
เบื้องต้น ในวันนี้ จะนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปส่งให้กับ สภ.นราธิวาส ท้องที่เกิดเหตุ สำหรับปรัะวัติ ของ ร.อ.วิโรจน์ ผู้ต้องหาเคยถูกจับกุม คดีอาวุธปืนเถื่อน ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews