จับตา!”อนุทิน”มอบนโยบายจัดทำงบ70รับมือวิกฤต ชงเข้า ครม. 21 เม.ย.นี้

การเมือง ข่าว

 

นายกฯอนุทิน มอบนโยบายจัดทำงบปี70 เน้นรับมือวิกฤต – เพิ่มความมั่นคงพลังงาน ก่อนชงเข้า ครม. 21 เม.ย.นี้

 

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่าในวันจันทร์ที่ 20 เม.ย.ที่จะถึงนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย จะเป็นประธานการประชุมมอบนโยบายการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบปฏิทินงบประมาณ ปี พ.ศ.2570 ฉบับใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเข้าร่วมรับฟังการมอบนโยบายของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้

ขีดเส้นทำนโยบาย 70 ใน 5 เดือน

โดยขั้นตอนการมอบนโยบายการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการเริ่มต้นการจัดทำพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี โดยในการจัดทำ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2570 ถือว่ามีระยะเวลาในการจัดทำจำกัดประมาณ 5 เดือนเศษ เนื่องจากภายหลังการเลือกตั้งในช่วงต้นปีรัฐบาลเพิ่งจะเข้ามาบริหารประเทศแบบมีอำนาจเต็มสามารถทบทวนและจัดทำ พ.ร.บ.งบประมาณฉบับใหม่ได้ตั้งแต่หลังการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา

โดยก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงให้ ครม.รับทราบในการประชุม ครม.นัดพิเศษเมื่อวันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมาว่ารัฐบาลจะมีการทบทวนกรอบงบประมาณปี 2570 ใหม่ที่กำหนดไว้เดิม 3.788 ล้านล้านบาท โดยเป็นการขาดดุลงบประมาณ 7.88 แสนล้านบาท โดยวัตถุประสงค์ของการทบทวนปรับปรุงวงเงินงบประมาณปี 2570 เพื่อรองรับวิกฤตพลังงาน และผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางเป็นสำคัญ

8 ข้อสำคัญจัดทำงบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ

นอกจากนั้นในการมอบนโยบายการจัดทำงบประมาณปี 2570 ของนายกรัฐมนตรีจะให้ความสำคัญกับประเด็นต่างๆตามที่ ครม.นัดพิเศษเมื่อวันที่ 11 เม.ย.ได้มีมติรับทราบตามที่สำนักงบประมาณเสนอ รวมถึงความสอดคล้องกับคำแถลงนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงต่อรัฐสภาไปแล้ว โดยมีสาระสำคัญ 8 ข้อดังนี้

1.แนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณาณ 2570 มุ่งเน้นดำเนินการขับเคลื่อนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาของประชาชน รักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการรักษาวินัยและเสริมสร้างความเข้มแข็งทางการคลังให้สามารถรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจและตอบสนองต่อความท้าทายต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยดำเนินการให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พศ.2566 – 2580)(ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ.2566 – 2570) นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมันคงแห่งชาติ (พ.ศ.2566 – 2570) เป้าหมายการพัฒนาที่ยังยืน แผนปฏิบัติราชการของกระทรวง ความจำเป็นและภารกิจของหน่วยรับงบประมาณ รวมทั้งน้อมนำหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการจัดสรรงบประมาณ

2.จัดทำงบประมาณเพื่อกระตุ้น สนับสนุน และส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ อย่างเต็มศักยภาพ ทั่วถึง และมีคุณภาพ โดยมุ่งแก้ไขปัญหาของประเทศควบคู่กับการผลักดันการปฏิรูปประเทศ เพื่อสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางเศรษฐกิจและสังคม ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด พร้อมความมมั่นคงทางพลังงานในภาพรวมของประเทศ การปรับตัวและการดำเนินการเพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การป้องกันภัยพิบัติและการเตรียมความพร้อมรับมือภัยต่างๆที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและอนาคต ตลอดจนการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันเพื่อส่งเสริมการวางรากฐานการพัฒนาประเทศในระยะยาว การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีสวัสดิการที่เหมาะสม ลดความเหลื่อมล้ำ คำนึงถึงมิติเพศภาวะ รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสในการบริหารจัดการภาศรัฐอย่างบูรณาการ โดยการใช้นวัตกรรม เทคโนโลยีดิจิทัลให้เกิดประโยชน์สูงสุด

3.จัดทำงบประมาณแบบแม่นยำ ตรงเป้าหมาย และตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาของประเทศ การจัดทำงบประมาณแบบฐานศูนย์ โดยพิจารณาความจำเป็นเร่งด่วน ลำดับความสำคัญ และความเหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณ รวมทั้งพิจารณาทบทวนเพื่อชะลอ ปรับลด หรือยกเลิกการดำเนิน โครงการที่หมดความจำเป็นหรือมีความสำคัญในระดับต่ำ และลดรายจ่ายประจำที่ช้ำช้อน โดยคำนึงนึงถึงการใช้จ่ายงบประมาณอย่างคุ้มค่า ประหยัด มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล รวมถึงศักยภาพการดำเนินงานของหน่วยรับงบประมาณในปีที่ผ่านมา

4.จัดทำแผนงาน/โครงการ โดยมีการกำหนดเป้าหมาย ตัวชี้วัด ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและ/หรือตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนบนพื้นฐานของการวิเคราะห์ข้อมูลจริง ซึ่งควรส่งผลต่อศักยภาพทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญและชัดเจน ตลอดจนมีการบูรณาการ การทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานเพื่อลดความซ้ำซ้อน เกิดความคุ้มค่าในการใช้จ่ายงบประมาณ

5.จัดทำงบประมาณโดยพิจารณาให้ครอบคลุมทุกแหล่งเงิน ทั้งเงินงประมาณและเงินนอก งบประมาณ โดยให้หน่วยรับงบประมาณพิจารณาน้ำเงินนอกงบประมาณ เช่น เงินรายได้ เงินสะสมคงเหลือ มาดำเนินภารกิจของหน่วยรับงบประมาณเป็นลำดับแรก รวมทั้งพิจารณาแหล่งเงินอื่น เพื่อดำเนินโครงการภาครัฐที่มุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เช่น เงินกู้ การร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน(PPP) การระดมทุนผ่านกองทุนเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (TFFIF) เพื่อลดภาระงบประมาณของประเทศ

6.ให้ความสำคัญกับการจัดทำงบประมาณมิติพื้นที่ ให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาพื้นที่ ระดับภูมิภาค กลุ่มจังหวัด จังหวัด และท้องถิ่น ตรงตามความต้องการของประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งเพิ่มความร่วมมือระหว่างราชการส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นในการขับเคลื่อนโยบายรัฐบาล

7.การจัดทำงบประมาณรายจ่ายปี 2570 ควรพิจารณาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เป็นไปตามหลักการใช้จ่ายงบประมาณอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สุด โดยภาพรวมคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีของหน่วยรับงบประมาณปรับเพิ่มขึ้นไม่ควรเกินงบประมาณตาม พ.ร.บ.งบประมาณปี 2569 โดยส่วนที่เพิ่มขึ้นควรเป็นรายจ่ายลงทุน หรือรายจ่ายเพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาล เว้นแต่ที่ต้องดำเนินการตามข้อที่เกิดจากกฎหมาย สัญญา ข้อตกลงระหว่างประเทศ ค่าใช้จ่ายเพื่อการชำระหนี้ และค่าใช้จ่ายตามสิทธิ

และ 8.การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พระราชบัญญัติงบประมาณ กฎหมาย ระเบียบ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณประจำปีงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร และคณะกะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ วุฒิสภา

ทั้งนี้ หลังจากนายกรัฐมนตรี มอบนโยบายการจัดทำงบประมาณเรียบร้อยแล้ว ตามปฏิทินงบประมาณปี 2570 ได้กำหนดขั้นตอนสำคัญของการจัดทำ พ.ร.บ.งบประมาณฯไว้ดังนี้

วันอังคารที่ 21 เม.ย.ครม. พิจารณาให้ความเห็นชอบ การทบทวนข้อเสนอเป้าหมายและยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ตามมติที่ประชุมระหว่างสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนา ระบบราชการ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง และสำนักงบประมาณ รวมทั้งอนุมัติการทบทวนการจัดทำงบประมาณ รายจ่ายบูรณาการและมอบหมายผู้มีอำนาจกำกับแผนงานบูรณาการ ประจำปีงบประมาณ 2570

จับตา 4 หน่วยงานเศรษฐกิจเคาะกรอบงบฯ 70

วันอังคารที่ 28 เม.ย. ครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบ การทบทวนประมาณการรายได้ กำหนดนโยบาย วงเงินงบประมาณรายจ่าย และโครงสร้างงบประมาณ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ตามมติของ 4 หน่วยงานเศรษฐกิจ ได้แก่ กระทรวงการคลัง สศช. ธนาคารแห่งประเทศไทย และสำนักงบประมาณ

วันศุกร์ที่ 1 พ.ค.2569 หน่วยรับงบประมาณ จัดทำรายละเอียด คำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 รวมทั้งนำข้อเสนองบประมาณรายจ่าย บูรณาการและรายงานที่เกี่ยวกับเงินนอกงบประมาณเพื่อใช้ประกอบการจัดทำรายละเอียดคำของบประมาณฯ เสนอ ครม. นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีเจ้าสังกัดพิจารณาให้ความเห็นชอบ และส่งสำนักงบประมาณในรูปแบบเอกสารและผ่านระบบ e – Budgeting

วันเสาร์ที่ 2 พ.ค. – วันจันทร์ที่ 1 มิ.ย. 2569 สำนักงบประมาณ พิจารณารายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 และนำเสนอ ครม.

วันอังคารที่ 2 มิ.ย. ครม. พิจารณาให้ความเห็นชอบ รายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 และมอบให้สำนักงบประมาณ ไปดำเนินการรับฟังความคิดเห็น

วันพุธที่ 3 มิ.ย.- วันอังคารที่ 9 มิ.ย. สำนักงบประมาณ ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นการจัดทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ2570

วันอังคารที่ 16 มิ.ย. ครม.รับทราบผลการรับฟัง ความคิดเห็นฯ และพิจารณาให้ความเห็นชอบข้อเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ2570 และให้สำนักงบประมาณจัดพิมพ์ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ2570 และเอกสารประกอบงบประมาณ

วันพุธที่ 17 มิ.ย. – วันจันทร์ที่ 22 มิ.ย. สำนักงบประมาณ ดำเนินการจัดพิมพ์ร่างร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ2570 และเอกสาร ประกอบงบประมาณ

วันอังคารที่ มิ.ย. ครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ2570 และเอกสารประกอบงบประมาณ และนำเสนอสภาผู้แทนราษฎร ในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์

วันพุธที่ 1 ก.ค. – วันศุกร์ที่ 3 ก.ค. สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ2570 วาระที่ 1

วันจันทร์ที่ 7 – วันพุธที่ 9 ก.ย. สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ2570 วาระที่ 2 – 3

วันพฤหัสบดีที่ 10 – วันศุกร์ที่ 11 ก.ย. วุฒิสภา พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ2570

วันจันทร์ที่ 21 ก.ย. สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี นำร่างร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ2570 ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อประกาศ บังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่