“คนละครึ่งพลัส เฟส2” ปชน.ยังค้านเหมือนเดิม

คลิปข่าวทั่วไป Video

 

ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูง และค่าครองชีพที่ไต่ระดับไม่หยุด รัฐบาลภายใต้การนำของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ที่กำลังเดินหน้าออกมาตรการ “คนละครึ่งพลัส” เฟส2 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจควบคู่การบรรเทาภาระประชาชน แต่ฝ่ายค้านกลับเห็นต่าง โดย “ศิริกัญญา ตันสกุล ” รองหัวหน้าพรรคประชาชน มองว่า มาตรการของรัฐยัง “ไม่ตรงจุด” กับความเดือดร้อนที่ประชาชนกำลังเผชิญ โดยเฉพาะการเติมเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพียง 100 บาท ซึ่งถูกตั้งคำถามว่า ไม่สอดคล้องกับต้นทุนชีวิตที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งราคาน้ำมัน ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายพื้นฐาน

 

แม้รัฐบาลจะอนุมัติงบกลางกว่า 7,700 ล้านบาท แต่กลับมีเพียง 3,000 ล้านบาท ที่ใช้เพื่อเยียวยาค่าครองชีพโดยตรง ส่วนที่เหลือเป็นการแก้ปัญหาเชิงระบบภายในงบประมาณเดิม ทำให้ถูกวิจารณ์ว่า”ไม่ทันการณ์” และ “ไม่เพียงพอ”

 

สำหรับ “คนละครึ่งพลัส” ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตว่า นี่อาจไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะประชาชนจำนวนมาก “ไม่เหลือกำลังจับจ่าย” การให้ควักเงินจ่ายครึ่งหนึ่ง อาจยิ่งเพิ่มภาระมากกว่าจะช่วยบรรเทา โดยเสนอว่า รัฐควรเน้น “การแจกเงินโดยตรง” เพื่อเยียวยา มากกว่าการกระตุ้นการใช้จ่าย

 

ขณะที่นายกฯอนุทิน ย้ำชัดว่า รัฐบาลมีหน้าที่ต้อง “ทำทุกวิถีทาง” เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และแม้จะมีเสียงคัดค้าน ก็ถือเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย พร้อมระบุว่า “คนละครึ่งพลัส”จะเป็นเวอร์ชันที่เข้มข้นกว่าเดิม และอาจถูกผนวกรวมอยู่ในนโยบาย “ไทยช่วยไทย” ที่เน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

 

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการเสริม เช่น การตรึงค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟ 200 หน่วยแรกในราคาต่ำ การเพิ่มสินค้าราคาประหยัด และการเปิดพื้นที่ให้ภาคเอกชนจำหน่ายสินค้าราคาถูกผ่านที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ

 

ด้านโฆษกรัฐบาล”รัชดา ธนาดิเรก” ออกมาตอบโต้ฝ่ายค้าน และยืนยันว่า มาตรการทั้งหมดกำลังทยอยออกมาเป็น “แพ็กเกจ” ครอบคลุมทั้งการลดค่าครองชีพ และการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นโครงการ “ไทยช่วยไทย” มาตรการดูแลค่าไฟฟ้า การควบคุมราคาสินค้า และการสนับสนุนปัจจัยการผลิตอย่างปุ๋ย จึงอยากให้ประชาชนและฝ่ายค้านติดตาม ยืนยันว่า รัฐบาลดูแลแน่นอน

 

โดยข้อถกเถียงนี้ลุกลามไปถึงโลกออนไลน์ เมื่อ “วิมล ไทรนิ่มนวล” นักเขียนรางวัลซีไรต์ ออกมาแสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์ฝ่ายค้านทันที โดยระบุว่า “พรรคที่ประกาศว่ารักประชาชน ทำเพื่อประชาชนตั้งชื่อพรรคว่าประชาชน แต่สิ่งใดที่จะเป็นประโยชน์แก่ประชาชนก็ค้านทุกเรื่อง ประกาศว่ารักประชาชน ทำเพื่อประชาชนกลับไม่ช่วย บอกว่าแค่จ้องตาก็รู้ทุกข์รู้สุขของประชาชนแล้ว สะท้อนให้เห็นถึงความเห็นที่แตกต่างในสังคม ต่อแนวทางการแก้ปัญหาเศรษฐกิจในปัจจุบัน

 

พร้อมยังต้องติดตามต่อว่า “รัฐบาลอนุทิน” จะสามารถขับเคลื่อนนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง และที่แถลงต่อรัฐสภา ในวันที่ วันที่ 9-10 เม.ย. ที่ผ่านมาได้มากน้อยแค่ไหน ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงรุนแรง ไม่อาจคาดเดาได้ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใด แต่รัฐบาลยืนยันจะเร่งดำเนินการ 4 ด้าน เมื่อเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินโดยสมบูรณ์แล้ว เพื่อดันนโยบายสำคัญไปสู่การปฏิบัติ พูดแล้วทำพลัส

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่