ในวันที่คนภาคเหนือและคนไทยทั้งประเทศ กำลังสำลักฝุ่น PM 2.5 จนแทบไม่มีอากาศหายใจคำถามที่ดังที่สุดคือ “กฎหมายอากาศสะอาด” ไปถึงไหนแล้ว?
แต่จู่ๆ ก็เกิดดราม่ากลางสภา เมื่อคุณศุภชัย ใจสมุทร จากพรรคภูมิใจไทยออกมาเบรกแรง! ชี้ว่าร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด ที่ค้างการพิจารณามานานละ”ไม่ควรไปต่อ” ในรูปแบบปัจจุบัน
จนทัวร์ลงยับในโซเชียลว่า… เบรกทำไม? ในเมื่อประชาชนจะแย่แล้ว
วันนี้เราจะมาสรุป 8 เหตุผลฝั่งคุณศุภชัย ปะทะ 10 ข้อโต้แย้งจากเครือข่ายอากาศสะอาด กัน
คุณศุภชัยยืนยันค่ะว่า “ไม่ได้ค้านหลักการอากาศสะอาด” แต่ค้าน “ไส้ใน”ของกฎหมายฉบับนี้ โดยยกเหตุผลมาถึง 8 ข้อ สรุปใจความสำคัญประมาณนี้
ข้อแรกคือ “มันซ้ำซ้อน”: เรามีกฎหมายสิ่งแวดล้อม กฎหมายจราจรอยู่แล้ว ถ้ามีร่างนี้มาอีกจะยึดใบไหน?
เดี๋ยวคนทำงานก็สับสน หน่วยงานก็โยนกันไปมาเหมือนเดิม
ข้อสองและสามคือ “เปลืองงบ-เทอะทะ”: จะตั้งสำนักงานใหม่ ตั้งคณะกรรมการอีกหลายชุดไปทำไม?
ในเมื่อมีกรมควบคุมมลพิษอยู่แล้ว แบบนี้คือการเพิ่มงาน เพิ่มคน แต่ผลลัพธ์อาจจะเท่าเดิม
ข้อที่สี่ “อำนาจรัฐน่ากลัว”: ร่างนี้ให้เจ้าหน้าที่สั่งหยุดกิจการ หรือยึดทรัพย์ได้โดยไม่ต้องมีหมายศาล!
แถมประชาชนฟ้องกลับไม่ได้ด้วย คุณศุภชัยมองว่านี่คือช่องโหว่ให้เกิดการรีดไถหรือใช้อำนาจมิชอบครับ
ที่สำคัญที่สุดคือ “เศรษฐกิจ”: การเก็บค่าธรรมเนียมมลพิษจะทำให้ต้นทุนธุรกิจพุ่งสูงขึ้น
ในวันที่เศรษฐกิจไทยกำลังแย่ เราจะสู้ต่างชาติไหวไหม?
พอได้ยินแบบนี้ สมาคมเครือข่ายอากาศสะอาดเพื่อสุขภาพ ไม่อยู่เฉยงัด 10 ข้อโต้แย้งกลับทันที!
โต้เรื่องซ้ำซ้อน: เครือข่ายฯ บอกว่าที่ผ่านมาหน่วยงานโยนงานกัน เพราะไม่มี “กฎหมายแม่บท”
ร่างนี้แหละจะเป็นกติกาหลัก ถ้ากฎหมายอื่นมาตรฐานต่ำกว่า ให้ยึดร่างนี้เป็นบรรทัดฐาน
โต้เรื่องหน่วยงานใหม่: สำนักงานอากาศสะอาดไม่ใช่การนับหนึ่งใหม่ แต่คือการ “อัปเกรด”กรมควบคุมมลพิษให้มีเขี้ยวเล็บ ประสานข้ามกระทรวงได้จริง ไม่ใช่ต่างคนต่างทำแบบเดิม
โต้เรื่องอำนาจเจ้าหน้าที่: ปัญหาวันนี้คือรัฐ “ไร้น้ำยา” เอาผิดใครไม่ได้ ร่างนี้จึงเพิ่มอำนาจให้ระงับเหตุได้ทันที และที่สำคัญคือดึง “ประชาชน” เข้ามาเป็นหูเป็นตาตรวจสอบเจ้าหน้าที่อีกที
โต้เรื่องเศรษฐกิจ: เครือข่ายฯ ตอกกลับแรงครับว่า “มลพิษไม่ใช่ต้นทุนศูนย์” วันนี้ประชาชนแบกค่าหมอ
แบกความเจ็บป่วยนับล้านล้านบาทต่อปี กฎหมายนี้ใช้หลัก “ผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย” เพื่อเอาเงินมาดูแลสุขภาพคนไทย
สรุปดราม่านี้คือการปะทะกันระหว่าง “ความกังวลเรื่องโครงสร้างรัฐและภาระเอกชน”กับ “ความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อสิทธิในการหายใจ”
ฝั่งการเมืองมองว่าอย่าเพิ่งรีบ เดี๋ยวสร้างปัญหาใหม่ ส่วนฝั่งเครือข่ายภาคประชาชนบอกว่าถ้ารอต่อไป… ก็ไม่มีปอดจะให้รอแล้ว เพราะกฎหมายเดิมมันพิสูจน์แล้วว่าแก้ไม่ได้จริง
#พรับอากาศสะอาด #PM25 #ศุภชัยใจสมุทร #เครือข่ายอากาศสะอาด #สรุปดราม่า
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews