“ธัธชัย” ชี้ปั๊ม 6 แห่งกักตุนน้ำมัน-เรือลอบขายเขมรสวมทะเบียน

อาชญากรรม ข่าว

 

“ธัธชัย” รอง ผบ.ตร. ชี้ ปั๊ม 6 แห่ง กักตุนน้ำมัน พบขนถ่ายปลายทางเปลี่ยนสถานที่ ไม่ยอมจำหน่าย ยังลักลอบขายตรง ภาคอุตสาหกรรม-เกษตร เพิ่มกำไรอื้อ 10 บาทต่อลิตร ขณะเรือลอบขายกัมพูชา ตรวจแล้วสวมทะเบียนชื่อ “โชคชลกร”

 

พล.ต.อ.ธัธชัย ปิตะพีละบุตร รอง ผบ.ตร. /ผอ. ศปนม.ตร. กล่าวในการแถลงร่วม ศบก.ว่า ว่า จากที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้มาดูสถานีบริการต่างๆ ในช่วงขาดแคลนน้ำมัน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ความสำคัญและห่วงใย ในฐานะที่เป็น ผอ ศปนม. ตร ได้เข้าร่วมกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ห้มาดูปัญหาขาดแคลนน้ำมัน ว่ามีการกักตุนหรือเอาเปรียบประชาชนคนไทยหรือไม่ โดยเฉพาะในช่วงวิกฤติที่น้ำมันขาดแคนจำวนมาก ซึ่งสำนักงานตำรจแห่งชาติ ได้รับมอบหมายให้ไปดูสถานีบริการต่างๆในช่วงที่เกิดเหตุวิกฤติ จากการสุ่มสถานีบริการที่มีการปิดตัวลง และตรวจสอบย้อนลงไปว่า มีสถานีบริการใดที่มีคลังน้ำมันส่งไปยังสถานริการการต่างๆ พบว่า มีสถานีบริการ 27 แห่ง 12 จอปเบอร์ ที่ส่งไปยังสถานีบริการน้ำมันที่มีการปิดตัวลงจาก 39 แห่ง ที่ตรวจสอบทั้งหมดพบว่ามีประมาณ 6 แห่งที่น่าสงสัยและเชื่อว่าน่าจะมีการกักตุนน้ำมันและมีการจับกุมเพิ่มเติมในส่วนการขนส่ง

โดยวิธีการที่เชื่อว่าจะนำไปสู่การกักตุนและนำไปสู่ปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน คือ คลังน้ำมันมีการแจกจ่ายน้อยลง พบว่าบางคลัง เดือนกุมภาพันธ์เคยจ่าย น้ำมัน 18,000,000 ลิตรแต่ช่วงเดือนมีนาจ่ายลดลงเหลือแค่ 11 ,000,000 ลิตร ขณะที่ผโรงกลั่น มีการกลั่นน้ำมัน 100% ไม่มีการขาดในตลาด แต่ไปถึงคลังพบน้ำมันขาดเป็นลักษณะการเก็งกำไร และมีคลังทางภาคเหนือเคยจ่าย น้ำมัน 2,000,000 ลิตรต่อวัน แต่ช่วงวิกฤตจ่ายแค่ครึ่งนึงประมาณ 1,200,000 ลิตร จากการตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันต่างๆในภาคเหนือตอนล่าง พบว่ามีปัญหาขัดแคลนจำนวนมาก จึงเชื่อว่าจะมีส่วนในการกักตุน ขณะเดียวกัน พบว่า คลังน้ำมันบางส่วนไม่มีน้ำมัน จากการตรวจสอบ พบ4 แห่ง ไม่มีน้ำมันและถูกลดโควตาลงขณะที่โรงกลั่น มีการส่งน้ำมันให้เต็มที่ ซึ่งตรงนี้จะมีการตรวจสอบเพิ่มเติม ซึ่งอาจจะเป็นการนำน้ำมันไปไว้ที่อื่น ตรงนี้เป็นประเด็นที่ทำให้คลังน้ำมันไม่มีน้ำมันจ่าย ขณะที่โรงกลั่นมีการส่งน้ำมันตามปกติ

พล.ต.อ.ธัธชัย กล่าวอีกว่า มีการตรวจสอบพบจับกุมสถานีบริการน้ำมันใช้วิธีการสั่งน้ำมันแล้วไม่ลงน้ำมัน แต่ข้ามไปจำหน่ายภายนอก ซึ่งได้กำไรมากกว่าหน้าปั้มลิตร ละ 10 บาท เช่นส่งไปให้ภาคอุตสาหกรรม หรือภาคเกษตรกรรม โดยไม่ผ่านหน้าปั๊มและในช่วงวิกฤต 2 สัปดาห์ มีการสั่งน้ำมันไปลงที่ลาดกระบัง แต่แอบไปลงที่นครสวรรค์ และพบกับมีการกักตุนน้ำมันอยู่หลังปั๊ม จึงเชื่อเชื่อว่าจะมีพฤติกรรมลักษณะนี้ อยู่หลายแห่งแต่อยู่ระหว่างการขยายผล นอกจากนี้ ยังพบกันลักลอบการส่งออกน้ำมัน ที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยใช้รถบรรทุกน้ำมัน 40,000 ลิตร และจะมีการขยายผลเช่นกัน

ส่วนเรื่องเรือประมงที่มีการเผยแพร่ในสังคมออนไลน์ ผ่านติ๊กต๊อกของชาวกัมพูชา แต่จากการตรวจสอบพบว่าเรือลำดังกล่าวเป็นของคนไทย และเชื่อได้ว่าลูกเรือเป็นคนไทย ซึ่งเรือลำดังกล่าวมีลูกเรือทั้งหมด 6 คน ที่สวมทะเบียนชื่อเรือ “โชคชลกร” ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบเจ้าของเรือและจะนำตัวเจ้าของเรือมาสอบอีกครั้ง ว่าพฤติกรรมดังกล่าว เกี่ยวข้องกับการลักลอบส่งออกน้ำมัน กลางทะเลหรือไม่

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่