ศบก.เตือนวิกฤตน้ำมันเสี่ยงลุกลาม จับตาสถานการณ์น้ำมันโลกใกล้ชิดหลังไทยขยับสู่ระดับความเสี่ยง 2.2 และมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นได้ทุกเมื่อ
เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.)โดย น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา โฆษก ศบก. เปิดเผยถึงสถานการณ์ความเสี่ยงด้านพลังงานว่าวิกฤตน้ำมันมีแนวโน้มยกระดับขึ้น โดยเฉพาะบริเวณ “ช่องแคบบาบ เอล มันเดบ” ในทะเลแดงซึ่งถือเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งน้ำมันและสินค้าเชิงยุทธศาสตร์ของโลก
กระทรวงพลังงานได้ประเมินสถานการณ์วิกฤตน้ำมันออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่
ระดับ 1 ผลกระทบไม่รุนแรง การเดินเรือชะลอตัว
ระดับ 2 มีการปิดช่องแคบฮอร์มุซนานเกิน 1 เดือน แต่ยังสามารถนำเข้าน้ำมันดิบได้
และระดับ 3 ไม่สามารถนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางได้ ส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนรุนแรง
ปัจจุบันสถานการณ์ของไทยอยู่ที่ระดับ 2.2 ซึ่งอยู่ในจุดเสี่ยงที่อาจคลี่คลายลงหรือยกระดับรุนแรงขึ้นสู่ระดับ 3 ได้ หากสถานการณ์ตึงเครียดขยายตัว
มาตรการรับมือในขณะนี้ ได้แก่ การเร่งนำเข้าน้ำมันจากแหล่งอื่น การเดินเครื่องโรงกลั่นทั้ง 6 แห่งเต็มกำลังถึง 109–110% การเพิ่มสัดส่วนเชื้อเพลิงชีวภาพเพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันดิบ การจำกัดการส่งออกเท่าที่จำเป็น
รวมถึงการส่งเสริม Work from Home และการใช้ดีเซล B20 ในรถที่รองรับ
ขณะเดียวกัน “ช่องแคบบาบ เอล มันเดบ” กำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดหลังมีสัญญาณความตึงเครียดจากฝั่งอิหร่าน โดยแหล่งข่าวทางทหารของอิหร่านระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นหนึ่งในช่องแคบยุทธศาสตร์ของโลก
และอิหร่านมีศักยภาพในการสร้างภัยคุกคามต่อการเดินเรือในพื้นที่ได้
สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดขึ้น เมื่ออิหร่านขู่ว่าจะรบกวนเส้นทางเดินเรือ หากสหรัฐฯโจมตีเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นท่าเรือน้ำมันสำคัญ ขณะที่ประธานาธิบดี Donald Trumpแสดงท่าทีต้องการยึดทรัพยากรน้ำมันของอิหร่าน และกำลังพิจารณามาตรการต่อเกาะดังกล่าว
สำหรับช่องแคบบาบ เอล มันเดบ มีความยาวประมาณ 115 กิโลเมตร กว้าง 36 กิโลเมตรตั้งอยู่ระหว่างเยเมน จิบูตี และเอริเทรีย เป็นจุดเชื่อมสำคัญระหว่างทะเลแดงกับอ่าวเอเดนและเป็น “ประตูสู่คลองสุเอซ” เส้นทางลัดหลักของการค้าโลก
ความสำคัญของพื้นที่นี้อยู่ที่ เป็นเส้นทางผ่านของน้ำมันดิบ 6–7 ล้านบาร์เรลต่อวัน(ราว 12% ของโลก) ก๊าซ LNG ประมาณ 8% ของโลก , การค้าโลกกว่า 15%และตู้คอนเทนเนอร์ถึง 30%
หากเส้นทางนี้ถูกปิด เรือสินค้าจะต้องอ้อมแหลมกู๊ดโฮปทางตอนใต้ของแอฟริกาทำให้ระยะทางเพิ่มขึ้นกว่า 6,000 กิโลเมตร และใช้เวลาเพิ่มอีก 10–14 วันส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนพลังงานและราคาสินค้าทั่วโลก
ด้วยเหตุนี้ ความเคลื่อนไหวในช่องแคบบาบ เอล มันเดบ จึงไม่ใช่เพียงประเด็นความมั่นคงในตะวันออกกลาง แต่เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจสั่นสะเทือนระบบพลังงานและเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง
ฉะนั้น ไทยเองยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews