14 กลุ่มประชาสังคม จี้ “รัฐบาลอนุทิน”แก้ปัญหาพลังงาน

การเมือง ข่าว
14 กลุ่มประชาสังคม จี้ “รัฐบาลอนุทิน” 3 ข้อแก้ปัญหาพลังงาน-ยกเลิกภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ลดค่าน้ำมันได้ถึงลิตรละ 11 บาท ปูดศูนย์กลางปั่นราคาน้ำมันอาจอยู่ทำเนียบฯ จี้ รื้ออสัญญากลุ่มนายทุนผูกขาด ทำค่าไฟแพง ซัดในฐานะผู้นำ บริหารความเสี่ยงล้มเหลว ในภาวะสงคราม

 

ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มภาคประชาสังคม 14 องค์กร นำโดยนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นายธัชพงศ์ แกดำ ยื่นหนังสือถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรีและรมว. มหาดไทย เพื่อขอให้มีมาตรการเร่งด่วนในการแก้วิกฤตพลังงาน ลดราคาน้ำมัน ตรึงราคาแก๊ส ลดค่าไฟและคุมราคาสินค้า รัฐบาลเกี่ยวกับวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้น โดยมีการนำเอาป้ายข้อความและป้ายไวนิลมาชู แสดงออกถึงข้อเรียกร้อง

 

 

โดยกลุ่มภาคประชาสัมคม 14 องค์กร มีขอเรียกร้องต่อรัฐบาลให้มีมาตรการเร่งด่วน 3 ข้อดังต่อไปนี้

1 ยกเลิกการเก็บภาษีสรรพสามิตนํามัน ปรับลดค่าการกลั่นนํามัน และตรึงราคาแก๊สหุงต้ม (LPG) สําหรับภาคครัวเรือน น้ำมัน ราคาแพงเนื่องจากภาษีที่ซ้าซ้อน ประกอบไปด้วย ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีกองทุนน้ำมัน ภาษีท้องถิ่น ภาษีอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ค่าการกลั่นและการตลาด ดังนั้น ควรยกเลิกภาษีสรรพสามิต ซึ่งจะทําให้น้ำมันลดราคาลงอีกลิตรละ 7 บาท และลดค่าการกลั่นที่โรงกลั่น เพิ่มขึ้นจากลิตรละ 6 บาท ให้เหลือลิตรละ 2 บาท (รวมค่าน้ำมันสามารถลดลงได้อีกลิตรละ 11 บาท) พร้อมทั้งตรึงค่าแก๊สหุงต้ม ส่าหรับภาคครัวเรือนเป็นระยะเวลา 1 ปี

2.ลดค่าไฟฟ้า จากหน่วยละ 4.18 บาท ให้ลดเหลือหน่วยละ 3 บาท ตามที่พรรคการเมืองที่ร่วมรัฐบาลได้เคยหาเสียงไว้

3.กําหนดมาตรการควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ควบคุมสินค้าที่จําเป็นต่อการดํารงชีพ ไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคา จัดท่า สินค้าราคาถูกออกจําหน่ายในทุกชุมชน และอุดหนุนคูปองนํามันให้กับไรเดอร์ผู้ให้บริการขนส่งอาหารและผู้โดยสาร

ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำว่าข้อเสนอทั้ง 3 ประการ คือการเรียกร้องให้รัฐบาลทําหน้าที่ดูแลประชาชนในยามที่โลกเผชิญกับวิกฤตการณ์ ค่าครองชีพและสงคราม การตัดสินใจที่ล่าช้าเพียงวันเดียว หมายถึงภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้นและคุณภาพชีวิตที่สูญเสียไปของคนไทยนับ หลายล้านคน นี่คือหน้าที่ของรัฐบาลทีต้องบรรเทาความทุกข์ยาก เพือรักษาปากท้องและลมหายใจของประชาชน

 

 

โดยนายสมยศ กล่าวปราศรัยว่า วันนี้มาพูดเพราะนายอนุทิน เป็นรัฐบาลที่มาบริหารประเทศ และที่ผ่านมาเห็นถึงความเละเทะไม่ได้เรื่อง โดยเฉพาะกรณีปริมาณน้ำมันสำรองของประเทศที่มีการให้ข้อมูลไม่ตรงกัน ตั้งแต่ 38 วัน เป็น 60 วัน 90 วัน และล่าสุด 100 วัน ซึ่งสร้างความสับสนและขาดความน่าเชื่อถือ โดยตนเองมองว่าเป็นความล้มเหลวในข้อมูลข่าวสารของรัฐบาลนายอนุทิน ซึ่งแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลกำลังทำอะไรอยู่ วันนี้จึงทำให้เกิดการกักตุนน้ำมัน รวมถึงการเก็งกำไรในตลาดน้ำมัน ซึ่งเหตุผลที่ทำให้ราคาน้ำมันแพง นั้นเพราะกรณีโรงกลั่นปรับขึ้นราคาน้ำมันอย่างรวดเร็วลิตรละ 4 บาท ทั้งที่ประเทศยังมีสต๊อกเพียงพอ และมีการไปอ้างอิงราคาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะสิงคโปร์ ทำให้เกิดต้นทุนเทียม และมาแสวงหากำไร จึงอยากให้รื้อโครงสร้างใหม่ ทั้งที่มีการกลั่นในโรงกลั่นประเทศไทย แต่ยังต้องอิงราคาที่อื่น จึงอยากให้รัฐบาลมีการเสนอต้นทุนที่แทัจริงเพื่อแก้ปัญหาได้ถูกจุด ทั้งนี้“ไอ้โม่ง” ที่อยู่เบื้องหลัง ขณะที่อีกฝ่ายกลับปฏิเสธ และชี้ว่าการขาดแคลนน้ำมันเกิดจากประชาชนกักตุนเอง ซึ่งนายสมยศเห็นว่า ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง เนื่องจากประชาชน ทั่วไปไม่สามารถกักตุนน้ำมันในปริมาณมากได้น้ำมันขัดแคลน เป็นเพราะการเกร็งกำไร และการปั่นราคา ซึ่ง ศูนย์กลางการปั่นราคาอยู่ตรงข้ามตนเองที่กำลังพูดอยู่ (ก็คือทำเนียบรัฐบาล ) ส่วนไอ้โม่งเป็นใคร ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน ไม่ใช่ใครอื่น คือคนที่ทุกท่านรู้จักดี ที่พูดบอกว่าไม่มีไอ้โม่งนั่นแหละ คนนั้นคือไอ้โง่ นี่คือสิ่งที่ตนเองต้องการมาบอกประชาชนทุกคน

 

 

 

 

ด้านนายธัชพงศ์ กล่าวว่า วันนี้ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ แต่สะท้อนภาวะผู้นำในภาวะวิกฤต เราเห็นการบริหารจัดการความเสี่ยงของนายอนุทิน ต้องถามว่ารู้หรือไม่ในวันที่เกิดสงคราม ราคาน้ำมันจะสูงขึ้น และจะเกิดวิกฤตพลังงาน โดยสิ่งที่นายอนุทิน ทำในฐานะผู้นำจำเป็นต้อง แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ คนบริหารความเสี่ยงผิดพลาด แล้วทำให้สิ่งที่จะเผชิญในวันนี้ รวมถึงความทุกข์ยากที่ต้องไปต่อแถวเข้าคิวรอซื้อน้ำมัน เกิดจากความผิดพลาดของผู้นำเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ผู้นำในภาวะวิกฤต นายอนุทิน ต้องยอมรับและพูดความจริงว่าน้ำมันที่สำรองอยู่ตอนนี้มีเท่าไหร่ กำลังจะนำพาประชาชนเผชิญกับอะไร

ถ้าไม่พูดความจริงประชาชนก็จะไม่รู้อนาคตของตัวเอง นายอนุทินพูดคำว่า “มีน้ำมันเพียงพอ” แต่ประชาชนกับรีบไปซื้อน้ำมัน ซึ่งหมายถึงมีสัญญาณบางอย่างว่าประเทศจะเข้าสู่วิกฤตขั้นรุนแรง

 

ทั้งนี้สิ่งตนอยากเน้นย้ำคือค่าโง่โรงไฟฟ้า ปกติไฟฟ้าสำรองของประเทศควรอยู่แค่ 15% แต่ปัจจุบันมีไฟฟ้าสำรอง 50% แต่ในสลิปค่าไฟแต่ละเดือน เราต้องเสียค่าโง่ ที่แฝงอยู่ในค่า FT คำถามคือรัฐบาลชุดนี้ ในภาวะวิกฤต จะแก้ไขปัญหาและกล้าคุยกับแหล่งทุนผูกขาดพลังงานไฟฟ้าหรือไม่ กล้ารื้อสัญญาหรือโครงสร้างพลังงานไฟฟ้าใหม่หรือไม่ ดังนั้นจึงขอเรียกร้องภาวะผู้นำของนายกรัฐมนตรี ที่แสดงสปิริตความกล้า วันนี้ความเชื่อมั่นที่มีต่อรัฐบาลนายอนุทิน เข้าสู่วิกฤติศรัทธาขนาดยังไม่ทำงานเต็มที แค่เริ่มก็ผิดพลาดแล้ว

สิ่งที่ต้องเผชิญหลังสงกรานต์ คือภาวะเศรษฐกิจ คำถามคือจะอยู่อย่างไรในสภาวะแบบนี้ ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลทำในฐานะผู้นำ ต้องสามัคคีและนำประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา และหากพูดความจริงประชาชนพร้อมที่จะช่วย แต่หากไม่พูดปกปิดเพื่ออุ้มผลประโยชน์ให้กับไอ้โม่งทั้งหลายที่เป็นกลุ่มทุนผูกขาด ประชาชนจะตายและจะนำไปสู่คำว่ารัฐล่มสลาย ในภาวะสงครามสิ่งที่ผู้นำประเทศต้องการรักษาความมั่นคงของรัฐ แต่ความมั่นคงของรัฐจะมี ต้องรักษาความมั่นคงของประชาชนด้วย แต่วันนี้รัฐบาลกำลังนำพาประเทศไปสู่การล่มสลายของรัฐ

“วันนี้ไม่ใช่เรื่องของสีใดๆไม่ใช่ฝ่ายซ้ายหรือฝ่ายขวาสุดโต่ง แต่เป็นเรื่องของประชาชนทุกคนที่จะมารวมกัน“

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากมีการยื่นหนังสือ ทำตัวแทนได้มีการแสดงละครเพื่อจำลองถึงสถานการณ์ที่ประชาชน ต้องเผชิญในขณะที่ประชาชนไปซื้อน้ำมันที่ปั้ม สะท้อนสิ่งที่นายอนุทิน เคยระบุว่า น้ำมันขาดแคลนเกิดจากกรประชาชนตื่นตระหนก แห่กักตุนน้ำมัน และยังบอกว่าไม่มีไอ้โม่ง

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews