สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้น ล่าสุด ประธานาธิบดีอิหร่านออกประกาศเปิด 3 เงื่อนไขกลับสู่เจรจา
สื่อต่างประเทศรายงานว่า มาซูด เปเซชคิยัน ประธานาธิบดีอิหร่านเผยเงื่อนไข 3 ข้อ สำหรับการกลับเข้าสู่กระบวนการเจรจาเพื่อยุติสงครามกับสหรัฐฯ
และอิสราเอล โดยระบุว่า แนวทางเดียวที่จะยุติความขัดแย้งที่ทั้งสองประเทศกำลังก่อขึ้นกับอิหร่านคือ 1. การยอมรับสิทธิอันชอบธรรมของอิหร่าน 2. การจ่ายค่าชดเชยความเสียหายจากสงครามและ 3. การให้หลักประกันที่มั่นคงจากประชาคมระหว่างประเทศเพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านถูกรุกรานอีกในอนาคต
โดยผู้นำอิหร่านโพสต์ข้อความดังกล่าวผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อวันพุธที่ผ่านมาภายหลังการหารือกับผู้นำของรัสเซียและปากีสถาน
ขณะเดียวกัน โมฮัมเหม็ด ชีอะห์ อัล-ซูดานี นายกรัฐมนตรีอิรัก ได้โทรศัพท์หารือกับประธานาธิบดีอิหร่าน หลังจาก IRGC เปิดเผยว่า ยิงขีปนาวุธ 5 ลูก
โจมตีฐานทัพอากาศฮารีร์ของสหรัฐฯ ในเขตเคอร์ดิสถานของอิรักโดยมุ่งเป้าไปที่สำนักงานของกองทัพสหรัฐฯ
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีอิรักระบุว่า การโจมตีดังกล่าวถือเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้แม้รัฐบาลอิรักจะให้ความสำคัญต่อความมั่นคงและอธิปไตยของอิหร่าน
ยืนยันว่า จะไม่ยอมให้ดินแดนอิรักถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการเพื่อโจมตีอิหร่านก็ตามแต่การโจมตีที่เกิดขึ้นในดินแดนอิรักถือเป็นการละเมิดอธิปไตยและความมั่นคงของประเทศเช่นกันและยังบั่นทอนความพยายามของอิรักในการผลักดันให้สถานการณ์กลับเข้าสู่การเจรจา
ด้าน เอบราฮิม ซอลฟาคารี โฆษกกองบัญชาการกองทัพอิหร่านโฆษกกองบัญชาการกองทัพอิหร่าน ระบุเตือนสหรัฐฯ ว่า โลกอาจต้องเตรียมเผชิญกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูงถึง 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น
ในวันเดียวกัน กองกำลัง IRGC ยังแถลงว่าได้โจมตีเรือสินค้าใน ช่องแคบฮอร์มุซโดยยิงเรืออิสราเอลที่ชื่อ “เอ็กเพรสซ์โรม” ซึ่งติดธงไลบีเรีย และเรือสินค้าของไทยชื่อ“มยุรีนารี” หลังจากแจ้งเตือนให้หยุดเดินเรือแล้ว แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่อิรักยังเปิดเผยผลการสอบสวนเบื้องต้นว่า เรือบรรทุกของอิหร่านอาจเป็นผู้ก่อเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในน่านน้ำอิรัก ส่งผลให้เรือทั้งสองลำเกิดไฟไหม้
ขณะที่หลายประเทศในอ่าวเปอร์เซีย ได้แก่ คูเวต กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และซาอุดีอาระเบีย สามารถสกัดกั้นขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านได้เพิ่มเติม
ส่วนสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดรัฐบาลสหรัฐฯเตรียมปล่อยน้ำมันจำนวน 172 ล้านบาร์เรล จากคลังสำรองน้ำมันฉุกเฉินของประเทศ
หลังที่ประชุมของ สำนักงานพลังงานสากล หรือ IEA มีมติให้ประเทศสมาชิกปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองยุทธศาสตร์รวม 400 ล้านบาร์เรล เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบและน้ำมันเบนซินที่พุ่งสูงท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้ออยู่ในขณะนี้
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเกิดผลกระทบเป็นวงกว้างขนาดใหญ่อย่างมากซึ่งทุกคนก็อยากจะให้มันจบลงโดยเร้วที่สุด และไม่อยากให้เกิดความสูญเสียอีกแล้ว
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews