สงครามสหรัฐฯ–อิสราเอล ปะทะ อิหร่าน สะเทือนวงการกีฬาโลก

Video คลิปข่าวทั่วไป

 

 

ความตึงเครียดทางทหารระหว่าง สหรัฐอเมริกา, อิสราเอล และ อิหร่าน กำลังลุกลามเกินกว่าขอบเขตของสนามรบ เมื่อแรงสั่นสะเทือนจากความขัดแย้งครั้งนี้เริ่มกระทบถึง “วงการกีฬาโลก” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งการแข่งขันที่ถูกเลื่อน การเดินทางที่หยุดชะงัก และทัวร์นาเมนต์ระดับนานาชาติที่ตกอยู่ในความไม่แน่นอน

 

หลังอิหร่านตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ตลอดสัปดาห์ ด้วยการยิงโจมตีเป้าหมายของสหรัฐฯ และพันธมิตรในหลายประเทศของตะวันออกกลาง ไม่ว่าจะเป็น บาห์เรน, คูเวต, กาตาร์, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และ จอร์แดน น่านฟ้าหลายพื้นที่ถูกปิดทันที ส่งผลให้เที่ยวบินนับพันเที่ยวต้องยกเลิก กลายเป็นหนึ่งในการหยุดชะงักของการเดินทางทั่วโลกครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่การระบาดของ COVID-19

 

ผลกระทบดังกล่าวลามเข้าสู่โลกกีฬาอย่างรวดเร็ว หลายประเทศในภูมิภาคตัดสินใจระงับการแข่งขันฟุตบอลภายในประเทศทันที เพื่อความปลอดภัยของนักกีฬาและแฟนบอล รวมถึงลีกสูงสุดของอิหร่านอย่าง เปอร์เซียน กัลฟ์ โปร ลีก (Persian Gulf Pro League) และลีกฟุตบอลของอิสราเอล ขณะที่กาตาร์ก็ประกาศเลื่อนการแข่งขันฟุตบอลภายในประเทศทั้งหมดออกไปก่อน

 

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังตึงเครียด การแข่งขันฟุตบอลนัดพิเศษอย่าง ฟินาลิสซิมา (Finalissima) ซึ่งเป็นการพบกันของแชมป์โคปา อเมริกา (Copa América) ทีมชาติ อาร์เจนตินา กับแชมป์ ยูฟ่า ยูโรป้า แชมป์เปี้ยนชิพ (UEFA European Championship) อย่าง สเปน ที่มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27 มีนาคม ที่กรุง โดฮา ก็เริ่มถูกตั้งคำถามว่าจะสามารถแข่งขันได้ตามกำหนดหรือไม่

 

ขณะเดียวกัน สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชียจำเป็นต้องเลื่อนโปรแกรมหลายคู่ในศึก เอเอฟซี แชมป์เปี้ยน ลีก อีลิท 2025/26 (AFC Champions League Elite 2025–26) รอบ 16 ทีมสุดท้าย โซนตะวันตก รวมถึงการแข่งขันในรายการ เอเอฟซี แชมป์เปี้ยน ลีก ทู (AFC Champions League Two) รอบก่อนรองชนะเลิศ เนื่องจากหลายทีมมาจากประเทศที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากความตึงเครียดในภูมิภาค

 

อีกหนึ่งประเด็นที่สร้างความกังวลให้กับวงการฟุตบอลโลก คืออนาคตของทีมชาติอิหร่านในศึกฟีฟ่า เวิล์ด คัพ 2026 (FIFA World Cup 2026) แม้ว่าพวกเขาจะผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายได้แล้ว แต่สถานการณ์ทางการเมืองทำให้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะเข้าร่วมการแข่งขันหรือไม่

 

ปัญหาสำคัญคือโปรแกรมรอบแบ่งกลุ่มของอิหร่านทั้งหมดจะจัดขึ้นใน สหรัฐอเมริกา ซึ่งพวกเขาต้องพบกับ เบลเยียม, อียิปต์ และ นิวซีแลนด์ โดยสองนัดแข่งขันที่ ลอสแอนเจลิส และอีกหนึ่งนัดที่ ซีแอตเทิล คำถามสำคัญจึงเกิดขึ้นว่า ทีมชาติจากประเทศที่กำลังเผชิญความขัดแย้งกับเจ้าภาพ จะสามารถเดินทางไปแข่งขันได้หรือไม่

 

ผลกระทบยังลามไปถึงกีฬามอเตอร์สปอร์ตระดับโลกอย่าง ฟอร์มูลา วัน (Formula One) แม้สนามเปิดฤดูกาลอย่าง ออสเตรเลียน กรังด์ปรีซ์ (Australian Grand Prix) ที่เมือง เมลเบิร์น จะยังคงจัดขึ้นตามกำหนด แต่หลายทีมต้องเร่งปรับแผนการเดินทางใหม่อย่างเร่งด่วน เนื่องจากเส้นทางการบินผ่านตะวันออกกลางอย่าง ดูไบ, อาบูดาบี และ โดฮา ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ

 

นอกจากนี้ บริษัทผู้ผลิตยางรถแข่งอย่าง พิเรลลี (Pirelli) ยังต้องยกเลิกการทดสอบยางที่สนาม บาห์เรน อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต (Bahrain International Circuit) ใน บาห์เรน ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย สะท้อนให้เห็นว่าความตึงเครียดในภูมิภาคเริ่มส่งผลกระทบไปถึงระบบการแข่งขันของกีฬาระดับโลกแล้ว

 

ขณะเดียวกัน ผลกระทบยังลามไปถึงบาสเกตบอลยุโรป เมื่อการแข่งขันรอบคัดเลือกเยาวชนของ ยูโรลีก (EuroLeague) รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ที่จัดขึ้นใน อาบูดาบี ถูกประกาศยกเลิกกลางคัน เนื่องจากความกังวลด้านความปลอดภัยของนักกีฬาและทีมงาน

 

สถานการณ์ความขัดแย้งที่ยังคงทวีความรุนแรง ทำให้หลายฝ่ายในวงการกีฬาทั่วโลกต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะหากวิกฤตครั้งนี้ยืดเยื้อ ผลกระทบอาจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการแข่งขันบางรายการ แต่มีโอกาสลุกลามไปถึงปฏิทินกีฬาระดับโลกในหลายชนิดกีฬา และอาจทำให้ “กีฬา” ซึ่งเคยเป็นพื้นที่ของการแข่งขันและความสามัคคี กลายเป็นอีกหนึ่งเวทีที่ต้องเผชิญเงาของความขัดแย้งทางการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews