โลกหลังยุคโควิด-19 และการมาถึงของ AI กำลังพลิกโฉมทุกสรรพสิ่ง ความผันผวนและความขัดแย้งกลายเป็นเรื่องปกติใหม่ (New Normal) ที่ทุกธุรกิจต้องเผชิญ ท่ามกลางกระแสคลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ การยึดติดกับความสำเร็จเดิมอาจนำไปสู่การสูญพันธุ์ นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ SC ตัดสินใจประกาศ Rebranding ครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปี พร้อมสลัดคำว่า “ASSET” ทิ้ง เพื่อเตรียมพร้อมทะยานสู่เป้าหมายปี 2030 อย่างไร้ขีดจำกัด
“วิวัฒนาการ” คือกุญแจแห่งการอยู่รอด

คุณณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ – ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ได้ตอกย้ำถึงปรัชญาการทำงานในยุคนี้ไว้อย่างน่าสนใจในงานแถลงข่าวว่า “โลกยุคปัจจุบันตอนนี้มีความแตกร้าว ขัดแย้ง และผันผวนไปหมดในทุกภูมิภาค… สิ่งมีชีวิตที่จะมีชีวิตรอดก้าวข้ามแต่ละยุคสมัยไปได้ต้องวิวัฒนาการ แบรนด์ก็เหมือนกัน ถ้าแบรนด์ไม่มีวิวัฒนาการก็จะไม่รอดและสูญพันธุ์ในที่สุด”
การปรับตัวจึงกลายเป็น DNA ใหม่ของ SC การลบคำว่า ASSET ออกจากโลโก้ เป็นการตะโกนบอกตลาดและผู้บริโภคว่า “อะไรก็เป็นไปได้ที่ SC” บริษัทจะไม่จำกัดตัวเองอยู่แค่กรอบของที่อยู่อาศัยอีกต่อไป แต่จะเติบโตบนความหลากหลายเพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างรากฐานที่มั่นคง
เดินเครื่อง 3 Engine สู่เป้าหมาย “สถิติใหม่-ส่วนผสมใหม่” ในปี 2030
วิสัยทัศน์ที่ชัดเจนที่สุดของ SC ในทศวรรษนี้ คือเป้าหมายในปี 2030 ที่คุณณัฐพงศ์เรียกว่าการสร้างสถิติใหม่และส่วนผสมใหม่ โดยตั้งเป้าว่าสัดส่วนกำไรอย่างน้อย 30% จะต้องมาจากธุรกิจนอกเหนือที่อยู่อาศัย ผ่านการขับเคลื่อนของ 3 เครื่องยนต์หลัก ประกอบไปด้วย
SC : อสังหาฯ เพื่ออยู่อาศัย

แม้จะขยายไปธุรกิจอื่น แต่รากฐานเดิมก็ยังต้องแข็งแกร่ง โดยปัจจุบัน SC มีโครงการทั้งหมด 98 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 120,800 ล้านบาท โดยในปี 2026 SC ได้เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ๆ ทั้ง Bangkok Boulevard Pause วิภาวดี-พหลฯ รวมถึงโครงการที่มีแพลนว่าจะเปิดตัวในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเน้นการเป็นพื้นที่พักผ่อนมากขึ้น ซึ่งจะมีโครงการใหม่ทั้งหมดในปีนี้ 6 โครงการ เป็นมูลค่ารวม 28,500 ล้านบาท
SC ยังปรับตัวรับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ด้วยโมเดล “Genscription” โซลูชันที่ตอบโจทย์คนอยากเช่ามากกว่าซื้อ เช่น เช่าเผื่อซื้อ (Rent-to-Own), เช่าเผื่อย้าย (Flexible Move) และเช่ายาวๆ ซึ่งมีแผนจะเปิดตัวในช่วงครึ่งปีหลังเช่นกัน รวมถึงการขยายพอร์ตโครงการไปยังหัวเมืองศักยภาพสูงอย่างภูเก็ตและพัทยา
SCX : อสังหาฯ สร้างรายได้ประจำ

พอร์ตโฟลิโอที่สร้างกระแสเงินสดต่อเนื่อง ทั้งโรงแรม อาคารสำนักงาน คลังสินค้า และอพาร์ตเมนต์ในสหรัฐอเมริกา โดยในปีนี้ตั้งเป้าทำรายได้ทะลุ 2,000 ล้านบาท หรือเติบโต 70% จากปี 2025 ที่ทำรายได้ไป 1,200 ล้านบาท
ในปี 2026 SCX ตั้งเป้าหมายขยายโรงแรมในพื้นที่พัทยาและภูเก็ตเพิ่มอีก 450 Keys และเพิ่มพื้นที่คลังสินค้าในพื้นที่บางนา-EEC อีก 170,000 ตร.ม. พร้อมขยายการลงทุนไปสู่ธุรกิจพลังงานสะอาด (Solar) เพื่อรองรับเทรนด์อนาคตและ Data Center ที่ต้องใช้พลังงานสะอาดอีกทางหนึ่งด้วย
SCANVA : ธุรกิจใหม่ที่เน้นเทคโนโลยีและบริการ

นี่คือจิ๊กซอว์ชิ้นใหม่ที่จะประสาน “บริการ” เข้ากับ “เทคโนโลยี” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต โดยเน้นไปที่ 3 แกนหลัก คือ การบริหารจัดการโครงการ (Community Management), แพลตฟอร์มดิจิทัล (แอปพลิเคชัน RueJaiClub) และธุรกิจด้านสุขภาพ (Health & Wellness) โดยเตรียมงบลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาทสำหรับ 3 ปีหลังจากนี้ เพื่อปั้นเครื่องยนต์นี้ให้เติบโตตามเป้า
ในส่วนของการบริหารจัดการโครงการ ในปีนี้จะมีเปิดตัวแบรนด์ใหม่นอกจาก SCABLE คือ LINTON ที่เน้นบริหารจัดการโครงการระดับ Luxury โดยตั้งเป้าโครงการจากเดิมที่ดูแลบริการหลังการขายทั้งโครงการที่ SC ดำเนินการอยู่แล้ว และโครงการอื่นๆ 150 โครงการให้ขยายเป็น 260 โครงการภายในสิ้นปี 2026
นอกจากนี้ตัวแพลตฟอร์มดิจิทัล อย่างแอปพลิเคชัน RueJaiClub ก็จะเพิ่มสมาชิกจากเดิมในปี 2025 ที่มีอยู่ 30,000 ผู้ใช้งาน เป็น 40,000 ผู้ใช้งานภายในสิ้นปีนี้อีกด้วย โดยได้เพิ่มสิทธิประโยชน์ต่างๆ สำหรับสมาชิกไว้อีกทางหนึ่ง
ก้าวที่ท้าทายในปี 2026 ที่ต้องเติบโต ควบคู่ความยั่งยืน

ก่อนจะไปถึงปี 2030 SC ได้วางหมากสำหรับปี 2026 ไว้อย่างรัดกุม ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ท้าทาย บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมไว้ที่ 25,500 ล้านบาท (เติบโต 21%) พร้อมอัดฉีดเม็ดเงินลงทุนอีก 8,000 ล้านบาทครอบคลุมทั้ง 3 เครื่องยนต์ โดยยังคงรักษาวินัยทางการเงินอย่างเคร่งครัด (D/E ต่ำกว่า 1.2)
มากไปกว่านั้น SC ยังยึดมั่นในเป้าประสงค์ “การสร้างคุณค่าสู่โลก” ธุรกิจจะยั่งยืนได้ต้องใส่ใจสิ่งแวดล้อม ปีนี้จึงเตรียมเปิดตัวมาตรฐาน “SC Green Mark” ที่จะนำไปปรับใช้กับทุกสิ่งปลูกสร้างของบริษัทในอนาคต พร้อมเดินหน้าเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจก 100,000 ตัน ภายใน 5 ปี
การ Rebranding ของ SC ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนภาพลักษณ์ให้ดูสดใสแบบดอกทานตะวัน แต่คือการผ่าตัดโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ เพื่อรับมือกับอนาคตที่คาดเดาไม่ได้ และพร้อมเบ่งบานในทุกสภาพอากาศของโลกธุรกิจนับจากนี้
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews