นายกฯ เร่งอพยพคนไทยพ้นอิหร่าน ห่วงปิดฮอร์มุซ-ยันน้ำมันสำรองเพียงพอ

การเมือง ข่าว

 

 

นายกฯ เร่งอพยพคนไทยพ้นอิหร่าน ห่วงปิดฮอร์มุซ ลั่น “ไทยแลนด์เฟิร์ส”ยันน้ำมันสำรองพอ ไม่ถึงขั้นวิกฤต จ่อถกพลังงาน-พาณิชย์ตรึงราคา ด้าน “สีหศักดิ์” ชี้อพยพจากอิหร่านไปตุรกี ก่อนหาเที่ยวบินกลับไทย

 

 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงภายหลังประชุมร่วมกับเอกอัครราชทูตไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางเพื่อติดตามสถานการณ์ความไม่สงบและเตรียมความพร้อมช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่เสี่ยง โดยนายกรัฐมนตรี ระบุว่า จุดที่น่ากังวลที่สุดขณะนี้คือประเทศอิหร่าน ซึ่งมีคนไทยและเจ้าหน้าที่ภาครัฐอยู่ราว 270–300 คน รัฐบาลจึงเร่งวางแผนอพยพออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด โดยย้ำว่า สามารถบริหารจัดการได้ในขีดความสามารถที่มี พร้อมเปิดทุกทางเลือก ทั้งเที่ยวบินเช่าเหมาลำหรือจัดเครื่องบินจากไทยไปรับ และประสานงานเรื่องวีซ่าและเส้นทาง
เดินทางผ่านประเทศที่น่านฟ้ายังเปิดใช้งานได้

 

ส่วนสถานการณ์ในอิสราเอล ซึ่งมีคนไทยพำนักมากกว่า 60,000 คน ขณะนี้มีผู้ประสงค์เดินทางกลับไทยเพียงประมาณ 20 คน ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) มีผู้แสดงความจำนงกลับราว 1,000 คน โดยรัฐบาลเตรียมแผนรองรับหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง พร้อมยืนยันว่า ได้กำชับสถานทูตทุกแห่งอำนวยความสะดวกเต็มที่สำหรับผู้ต้องการเดินทางกลับ

 

นายอนุทิน กล่าวว่า สิ่งที่กังวลที่สุดคือความปลอดภัยของคนไทย พร้อมประกาศแนวคิด “ไทยแลนด์เฟิร์ส” ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์และความปลอดภัยของคนไทยเป็นอันดับแรก และสั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศตั้งศูนย์แถลงข่าวรายวันเพื่ออัปเดตข้อมูลอย่างต่อเนื่อง

 

ในประเด็นผลกระทบด้านพลังงาน นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า แม้มีความกังวลเรื่องการปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่ไทยยังมีน้ำมันสำรองเพียงพอ ไม่ถึงขั้นวิกฤต และไม่ได้พึ่งพาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเพียงภูมิภาคเดียวโดยไทยมีกำลังกลั่นวันละประมาณ 170 ล้านลิตร ใช้ในประเทศราว 130 ล้านลิตร ส่วนที่เหลือบางส่วนส่งออก รวมถึงส่งไปยัง สปป.ลาว วันละประมาณ 7 ล้านลิตร

 

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า หากสถานการณ์รุนแรงขึ้น อาจพิจารณาทบทวนการส่งออกเพื่อรักษาเสถียรภาพภายในประเทศ พร้อมย้ำว่ารัฐบาลยังสามารถใช้อำนาจตามกฎหมายด้านความมั่นคงเพื่อควบคุมการส่งออกได้หากจำเป็น

 

สำหรับกรณีราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น รัฐบาลเตรียมเรียกประชุมกระทรวงพลังงานและกระทรวงพาณิชย์ในวันถัดไป เพื่อพิจารณามาตรการตรึงราคาพลังงานและสินค้าที่กระทบต่อค่าครองชีพประชาชนให้มากที่สุดพร้อมขอประชาชนอย่าตื่นตระหนกกักตุนน้ำมัน เพราะยังมีสำรองเพียงพอใช้ได้มากกว่า 60 วัน

 

นายอนุทิน ย้ำว่า แม้สถานการณ์อาจยืดเยื้อเป็นเดือน แต่รัฐบาลจะติดตามใกล้ชิดทุกวัน โดยให้ความสำคัญกับ 3 เรื่องหลัก คือ ความปลอดภัยคนไทย การควบคุมค่าครองชีพ และการบริหารสำรองพลังงาน พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลปัจจุบันยังสามารถใช้อำนาจบริหารได้เต็มที่เพื่อรับมือวิกฤต และประเทศไทยต้องมีรัฐบาลทำงานอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา

 

ด้านนายสีหศักดิ์ กล่าวถึงการประเมินสถานการณ์เหตุการณ์สู้รบในพื้นที่ตะวันออกกลาง โดยระบุว่า ในประเทศต่าง ๆ มีสถานมีอัครราชทูต ประสานกับรัฐบาลในประเทศต่าง ๆ โดยมีการเตรียมพื้นที่ปลอดภัยให้กับประชาชนซึ่งไทยยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยย้ำว่า รัฐบาลต้องเร่งนำคนไทยทั้งหมดในอิหร่านกลับมาที่ประเทศไทยก่อน

หากใครมีความประสงค์จะเดินทางกลับให้รีบแจ้ง และต้องกลับมาหาทางว่าจะกลับในเส้นทางใดอย่างที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อาจจะมีบางพื้นที่ที่เปิดน่านฟ้า และสายการบินกลับไปให้บริการ รัฐบาลจะเร่งดูตั๋วเครื่องบินให้เพียงพอ เช่นเดียวกับที่ประเทศบาร์เรนห์ ขณะเดียวกันต้องดูแลคนไทยทุกคนให้อยู่ในที่ปลอดภัยออกจากพื้นที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ใกล้ฐานทัพสหรัฐอเมริกา

 

ส่วนได้มีการประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลางกับเหตุการณ์สู้รบในอิสราเอลเมื่อปี 2567 ว่า แตกต่างกันอย่างไรนั้น นายสีหศักดิ์ ระบุว่าการ สู้รบครั้งนี้กินพื้นที่กว้างกว่าเยอะ ทางประเทศอิหร่าน อิสราเอล สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน กาตาร์ คูเวต จอแดน จนถึงไซปรัส จึงถือว่าต่างกันเยอะในเรื่องระดับพื้นที่ รวมถึงในแง่จำนวนของประชากรไทย เนื่องจากครั้งที่แล้วมีการประเมินได้ 40,000 คน แต่ครั้งนี้มีการประเมินแล้วกว่าหลักแสนคน

 

นายสีหศักดิ์ ย้ำว่า จะต้องเร่งนำประชาชนไทยที่อาศัยอยู่ในอิหร่านออกมาเป็นอันดับแรก ส่วนในพื้นที่อื่น มีการเตรียมแผนรองรับไว้หมดแล้วว่าจะไปที่ไหนอย่างไร จึงไม่อยากให้เกิดการตื่นตระหนกมากเกินไปซึ่งในประเทศอิสราเอลมีระบบสกัดการขีปนาวุธ อีกทั้งคนไทยส่วนใหญ่ประมาณ 65,000 คน ประสงค์ที่จะอยู่ต่อ เนื่องจากยังมั่นใจในมาตรการความปลอดภัย

 

นอกจากนี้ นายสีหศักดิ์ ระบุว่า ในพื้นที่อิหร่านสามารถใช้คำว่าอพยพได้แล้ว ขณะที่พื้นที่อื่นถือเป็นการอำนวยความสะดวก สำหรับสถานทูตไทยในอิหร่านมีเจ้าหน้าที่ราว 10 คน ซึ่งถือว่าอยู่ในพื้นที่เป้าหมายของการโจมตี นายสีหศักดิ์ ยืนยันว่ายังไม่ได้รับผลกระทบ และเชื่อว่าสถานทูตมีความระมัดระวัง แต่ไม่สามารถที่จะคาดเดาสถานการณ์ได้จึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และต้องดูความจำเป็นก่อนว่าจะต้องอพยพเจ้าหน้าที่หรือไม่ หากภารกิจในการอพยพคนไทยออกมาหมดแล้ว ก็อยากให้ได้ออกมาทุกคน พร้อมระบุว่าการอพยพเบื้องต้นจะให้เดินทางไปยังประเทศตุรกีก่อน เพื่อตรวจสอบสายการบินที่ให้บริการ หรืออาจจะเช่าเครื่องบินเหมาลำจากอิยิปต์เข้าไปรับ

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews