Home
|
Video

อีสาน 133 เขตเลือกตั้ง ชี้ขาดผู้ชนะ “ส้ม-แดง-น้ำเงิน”

 

 

พื้นที่ภาคอีสาน 20 จังหวัด 133 เขตเลือกตั้ง เป็นภูมิภาคที่มีจำนวน ส.ส.มากที่สุด และในห้วงเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา พรรคสีแดง คว้าชัยชนะได้ สส.มากที่สุดทุกครั้ง ดังนั้นจึงมักมีคำพูดว่า หากพรรคไหนครองพื้นที่อีสานได้ ก็จะเป็นผู้ชนะ ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลแทบทุกครั้ง โดยเลือกตั้งครั้งก่อน เมื่อปี 2566 “พรรคเพื่อไทย”เป็นแชมป์ กวาดไปได้ 73 ที่นั่ง “ภูมิใจไทย” ตามมาเป็นอันดับ 2 จำนวน 35 ที่นั่ง “พลังประชารัฐ” กับ “ก้าวไกล” พรรคละ 7 ที่นั่ง ไทยสร้างไทย 5 ที่นั่ง “ไทรวมพลัง” 2 ที่นั่ง “ประชาธิปัตย์” 2 ที่นั่ง และ “ชาติไทยพัฒนา” 1 ที่นั่ง

 

 

แม้จะมีถึง 8พรรค ที่สามารถปักธงในอีสานได้ แต่สัดส่วน และจำนวนนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพื่อไทย พรรคเดียวก็เกินครึ่งของทั้งภูมิภาค ดังนั้น จึงไม่แปลกอะไร ที่มีนักวิชาการ นักวิเคราะห์การเมือง ยังมองว่า “พรรคแดง” จะยังคงเป็นต่อในพื้นที่นี้ และมีโอกาสในการรักษาแชมป์ไว้ได้อีกครั้ง ในการเลือกตั้ง 8 ก.พ.นี้

 

แม้จะอยู่ในช่วงขาลง กระแสตกจากผลงานการเป็นรัฐบาล 2 ปีทำไม่ได้ตามเป้า อดีต สส.ย้ายพรรคไปอยู่กับคู่แข่ง และแผลใหญ่ถูกโจมตีเรื่องปัญหาชายแดน”คลิปเสียงอังเคิล”ก็ตาม แต่จำนวนอดีต สส.ที่ปักหลักกับเพื่อไทย และการได้”ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” มาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ก็ช่วยทำให้กระแสของเพื่อไทย ไม่เสียทรงมากนัก และอาจมีลุ้นชิงพื้นที่คืนได้บ้างในบางเขต สยกเว้น “บุรีรัมย์” เมืองหลวงของ”พรรคน้ำเงิน” น่าจะเจาะลำบาก

 

ส่วนที่คู่แข่งในการแย่งพื้นที่อีสาน คงมีแค่”สีน้ำเงิน” ภูมิใจไทย ที่น่าจะสู้กับ เพื่อไทย แบบสูสี หรือได้ลุ้นชนะ โดยครั้งก่อนเก็บไป 35 ที่นั่ง ส่วนใหญ่ อยู่ในโซนอีสานใต้ “บุรีรัมย์-สุรินทร์-ศรีสะเกษ-อุบลราชธานี” หรือพื้นที่ชายแดนไทยกัมพูชา ซึ่งมีการสู้รบ และเป็นข้อได้เปรียบ เพราะ”อนุทิน ชาญวีรกุล” และพรรคภูมิใจไทย ทำผลงานได้ดี ในศึกเขมร กระแสชาตินิยม อาจส่งผลให้เก็บเก้าอี้ สส.ได้เพิ่มอีกในโซนนี้

 

ประกอบกับ มี อดีต สส.เพื่อไทย ย้ายมาร่วมชายคาด้วยจำนวนหนึ่ง บวกกับกระแสพรรคน้ำเงิน ที่ดีขึ้นกว่าเก่า จากโครงการคนละครึ่งพลัส พูดแล้วทำ ก็อาจเพิ่มจำนวน สส.ในภาคอีสานได้ ส่วนจะถึงขึ้นเป็นแชมป์หรือไม่  ยังต้องรอดูการตัดสินใจของประชาชน เพราะภูมิใจไทย ก็มีแผลใหญ่เรื่อง สว. และเขากระโดง

 

นอกจาก พรรคสีน้ำเงิน ที่จะเป็นคู่แข่งกับ สีแดง แย่งแชมป์อีสานแล้ว ยังมี “สีเขียว” กล้าธรรม ของ “ผู้กองธรรมนัส พรหมเผ่า” ที่ได้ อดีต สส.เก่า จำนวนหนึ่งมากจากพลังประชารัฐ และอีกส่วนหนึ่ง มาจาก ประชาธิปัตย์ รวมถึงจากเพื่อไทย รวมๆแล้ว มีอดีต สส.อีสานเกิน 10 คน ในการลุ้นเก้าอี้ ประกอบกับนโยบาย ที่มุ่งเน้น เรื่องการเกษตร และที่ดินทำกิน

 

ซึ่ง พรรคกล้าธรรม ได้ดูแลกระทรวงเกษตร มาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนเห็นผลงานชัดเจน ก็อาจเป็นอีกปัจจัย ที่จะทำให้พรรคเขียว มีจำนวนสส.อีสานเพิ่มขึ้นด้วย แม้พรรคจะถูกโจมตีเรื่องเทาบ้าง แต่รวมๆแล้วก็ไม่เสียรังวัดมากนัก

 

ส่วนอีกพรรค”สีส้ม” เดิมทีคือก้าวไกล ปัจจุบัน คือพรรคประชาชน ยังคงได้รับความนิยมค่อนข้างสูง โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ และนิวโหวตเตอร์ ครั้งก่อน ได้ มา 7 เก้าอี้ จากเขตเมืองขอนแก่น และนครราชสีมา ครั้งนี้ ค่ายส้มหวังเจาะพื้นที่เพิ่ม ส่ง”ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ-ปิยบุตร แสงกนกกุล” มาช่วยหาเสียงอยู่ในพื้นที่เป็นเวลานาน

 

จึงน่าสนใจว่าเขตเมืองจังหวัดใหญ่ๆ ทั้งอุบลราชธานี, อุดรธานี,มหาสารคาม,ร้อยเอ็ด,ชัยภูมิ หรือศีระเกษ ที่เคยเป็นฐานเสียงสำคัญของ”ทัพแดง”ก็อาจเป็นพื้นที่ใหม่ ที่พรรคสีส้มเข้ายึดครองเก้าอี้ สส.ได้สำเร็จอีกครั้ง

 

ดังนั้นเหลืออีกเพียง 7 วัน ให้ทุกพรรคการเมืองหาเสียง เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ ในช่วงโค้งสุดท้าย เพื่อขอคะแนนเสียงเจ้าของอำนาจประชาธิปัตย พรรคการเมืองไหน จะยึดครอง 133 เก้าอี้ สส.อีสาน เพื่อไทย จะยังเป็นแชมป์ หรือ จะสูญเสียฐานที่มั่นสำคัญ ให้กับ”น้ำเงิน” หรือ “สีส้ม” รวมถึง”พรรคเขียว” ที่หมายตาพื้นที่นี้ด้วย

 

ส่วนบทสรุป ศึกเลือกตั้ง 69 พรรคไหนแชมป์อีสาน จะกลายเป็นเบอร์ 1 ในระดับประเทศ ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เหมือนในอดีตอีกหรือไม่ ต้องติดตามการตัดสินใจของประชาชน ในวันที่ 8 ก.พ.นี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

 

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube