Home
|
คลิปข่าวทั่วไป

“อภิสิทธิ์”ประชาธิปัตย์”สีฟ้า”มีกระแส จะแปลงเป็นคะแนน สส.เขต ได้แค่ไหน?

 

 

 

จากผลโพลทุกสำนัก ชี้นำไปในทิศทางเดียวกันว่า “ค่ายสีฟ้า” พรรคประชาธิปัตย์ ที่ตกต่ำมานาน เรตติ้งติดลบ มาหลายปี จนบางคนปรามาสว่า หากมีเลือกตั้ง รับรองสูญพันธุ์แน่กลับมีกระแสดีขึ้นเป็นอย่างมาก หลัง”อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” คัมแบ็คมาเป็นผู้นำอีกครั้ง พร้อมนำทีมผู้บริหารชุดใหม่ คนของตัวเองแบบ 100% มีทั้งเลือดเก่าไหลกลับ และคนรุ่นใหม่ไฟแรง เข้ามาช่วยฟื้นฟูพรรค

 

 

กระแสตอบรับพรรคสีฟ้าดียิ่งขึ้น หลังมีการยุบสภา มีการสมัครรับเลือกตั้ง สส.อย่างเป็นทางการ มีการลงพื้นที่หาเสียงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อดีเบตครั้งแรก ประกาศจุดยืนการเมืองสุจริต เปิดหน้าชนทุนเทา พูดชัดๆไม่ร่วมรัฐบาลกับกล้าธรรม ก็ปลุกกระแสให้ประชาชน คอการเมืองหันมาสนใจพรรคประชาธิปัตย์เพิ่มขึ้น ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยมีหลักฐานที่ชัดเจน คือภาพประชาชน ที่มารอต้อนรับในการไปหาเสียงไปปราศรัยแต่ละพื้นที่แน่นตลาดแตกแทบทุกวัน รวมถึงผลโพลของนิด้า ที่จังหวัดสงขลา ขึ้นมาเป็นอันดับ 1 หรือในภาพรวม ที่ประชาธิปัตย์ เกาะกลุ่มหัวแถวในอันดับ3 หรือ 4 อย่างต่อเนื่อง

 

 

 

จุดที่น่าสนใจ อันดับแรกของกระแสของพรรคสีฟ้า ที่กลับมาอยู่บนจอเรดาร์ของบรรดาคอการเมือง ทั้งรุ่นใหญ่ รุ่นเล็ก คือ”อภิสิทธิ์” ที่มีจุดขายเรื่อง การรักษาคำพูด เป็นคนคำไหนคำนั้น เมื่อพูดไปแล้ว หรือประกาศไปแล้ว ก็จะยึดมั่น และทำตามเสมอมา ตามคำขวัญของพรรค”สจฺจํ เว อมตา วาจา” (สัจจัง เว อะมะตา วาจา) แม้จะมีบางคนเข้ามาแซะ วิพากษ์วิจารณ์ ว่าเดี่ยวก็ลาออกแสดงความรับผิดชอบ แล้วปล่อยลูกพรรคไปจับมือกับเขาอีกก็ตาม

 

 

แต่ครั้งนี้ “ประชาธิปัตย์” แก้เกม ด้วยการออกเป็นมติพรรค มารับรองคำพูดของหัวหน้าพรรคอีกที ส่วนประเด็นต่อมา ที่ทำให้กระแสของพรรคฟ้ามาแรง คือจุดยืนการเมืองสุจริต ต่อต้านทุนเทา ที่มาได้อย่างถูกที่ ถูกเวลา  ประชาชนกำลังตื่นตัวต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยเฉพาะที่พัวพันกับปัญหาสแกมเมอร์

 

และปิดท้าย คือ ตัวผู้สมัคร สส. ซึ่งครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ เป็นหน้าใหม่ทางการเมือง เพราะหน้าเก่า หรือพวกที่เคยสอบตก หนีไปพึ่งกระสุนของพรรคคู่แข่งหมดแล้ว ทำให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน

 

 

กระแสที่ดีขึ้นของค่ายสีฟ้า และคะแนนนิยมของ”อภิสิทธิ์” จะแปลงเป็นคะแนนเสียงได้สักเท่าไหร่ คือโจทย์ที่ยาก และไม่ใช่ยากธรรดา แต่ยากมาก เพราะคู่แข่งสำคัญ คือคนกันเองที่ย้ายออกจากพรรคไปแทบทั้งสิ้น  จนทำให้คนคุ้นเคยอย่าง”เทพไท เสนพงศ์”อดีตสส.นครศรีธรรมราช ที่ผันตัวเองเป็นนักวิเคราะห์การเมือง ยังมองว่าเป็นงานที่หนักเอาการ ในการจะแปลงกระแสเป็นคะแนนของ สส.เขต ในปักษ์ใต้ “อภิสิทธิ์”เคยพาประชาธิปัตย์ กวาดคะแนนบัญชีรายชื่อเกือบๆ 12 ล้านในปี 54 และกวา สส.เขตเกือบยกภาค แต่เมื่อ ปี 62 กลับเหลือประมาณ 3 ล้านกว่าๆ และ ในปี 66 เหลือเพียง 9 แสนนิดๆ รวมถึง สส.เขต ก็ถูกเจาะไปเยอะมาก

 

 

ดังนั้น ในเลือกตั้ง 69 กับบริบทการเมืองที่เปลี่ยนไปค่อนข้างมาก อีกทั้งคู่แข่ง “ส้ม-น้ำเงิน และแดง”ยังคงแข็งแกร่ง และมีสรรพกำลังพร้อมกว่าประชาธิปัตย์ รวมถึงยังมีพรรคใหม่ๆ ที่จับจ้องยึดครองพื้นที่เดิมของสีฟ้าด้วย จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ที่ผู้สมัครสส.เขตของประชาธิปัตย์ จะฝ่าด่านเข้าสภา พื้นที่ภาคใต้ต้องสู้กับ ภูมิใจไทย และ กล้าธรรม ที่อาจรวมพลังกันเฉพาะกิจ เป็น “ภูมิใจธรรม” เพื่อจัดการกับกระแสสีฟ้ายึดครองพื้นที่ ส่วน กทม.อีกเป้าหมายก็ต้องสู้กับแชมป์เก่า
“สีส้ม”ซึ่งเป็นพรรคสายกระแสเหมือนกัน และยังแรงไม่ตก รวมถึงมี”พรรคแดง” ที่ต้องการทวงคืนพื้นที่เช่นกัน อีกทั้งสีน้ำเงิน ที่หวังปักธงเมืองหลวงลบคำปรามาสพรรคภูธร โดยได้แรงหนุนจากคนรัก”ลุงตู่”

 

 

 

อย่างไรก็ตาม “อภิสิทธิ์” และพรรคประชาธิปัตย์ ก็ยังคงพอใจชื้นอยู่บ้าง เพราะโพลสำนักต่างๆ ชี้ชัดว่า พื้นที่ปักษ์ใต้ และกรุงเทพมหานคร ประชาธิปัตย์ฟื้นแน่ จะมีสส.เข้าสภา แต่จำนวน ยังไม่ฟันธง แต่ก็ไม่ควรประมาท และต้องจับตาว่า ช่วงโค้งสุดท้าย กระแสของสีฟ้า กระแสของอภิสิทธิ์ จะแรงยิ่งขึ้น หรือ จะโดนกระสุนมาสกัด หลังสะพัดซื้อกันแพง หัวละ 7500 บาท น่าลุ้นจริงๆ สีฟ้ากระแสดีขนาดนี้ จะแปลงเป็นคะแนน สส.เขตได้กี่คน

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

 

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube