ลุ้น”ทักษิณ”พักโทษ พค.นี้ ทนายชี้เป็นสิทธิ์ตามกฎหมาย
วันนี้ครอบครัวชินวัตร เดินทางเข้ามาเยี่ยม นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เรือนจำกลางคลองเปรม โดยมี นายพานทองแท้ ชินวัตร หรือ “โอ๊ค” บุตรชายคนโตของนายทักษิณ
พร้อมกับ น.ส.ณัฐฐิญา ปวงคำ หรือ “ติ๊ก” ภรรยาของนายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ หรือ “เอม” บุตรสาวคนกลาง พร้อมกับ นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ หรือ
“พงศ์” สามีของ น.ส.พินทองทา ได้เดินทางมาพร้อมกับ นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวนายทักษิณ
หลังเสร็จสิ้นการเข้าเยี่ยมนายทักษิณ น.ส.พินทองทาและนายณัฐพงศ์ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงความเคลื่อนไหวของนายทักษิณ โดยระบุว่าในช่วงของบรรยากาศที่ใกล้เข้าสู่การเลือกตั้ง
นายทักษิณไม่ได้มีการให้คำแนะนำหรือมีข้อสั่งการใด ๆ เป็นพิเศษ และไม่ได้มีการพูดคุยเจาะจงในเรื่องการเมืองหรือการเลือกตั้ง โดยส่วนใหญ่จะเน้นย้ำไปที่การส่งกำลังใจไปถึงผู้สมัครทุกท่านให้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่มากกว่า
ในกรณีที่มีกระแสข่าวว่าในช่วงเดือน พ.ค. นี้ นายทักษิณอาจได้รับการพิจารณาเรื่องการพักโทษ โดยทางครอบครัวได้มีการพูดคุยกับนายทักษิณในประเด็นนี้อยู่เสมอ ซึ่งนายทักษิณยืนยัน
อย่างชัดเจนว่าต้องการให้ทุกอย่างดำเนินไปตามกระบวนการที่ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมทั้ง น.ส.พินทองทายังได้กล่าวเสริมว่า ทั้งหมดต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง
ของเกณฑ์อายุที่ครบ 70 ปี หรือระเบียบข้อบังคับอื่นๆ ซึ่งทางครอบครัวพร้อมปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกต้อง ก่อนจะขอยุติการให้สัมภาษณ์ และขึ้นรถส่วนบุคคลเพื่อเดินทางกลับออกจากเรือนจำฯ
ทางด้าน ทนายวิญญัติ ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการพิจารณาพักการลงโทษว่า กระบวนการดังกล่าวเป็นไปตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยระเบียบของกรมราชทัณฑ์ระบุว่าผู้ต้องขัง
ที่ได้รับสิทธิพักการลงโทษจะต้องจำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของโทษ และเหลือโทษไม่เกิน 1 ใน 3 ซึ่งในกรณีของนายทักษิณจะครบกำหนดการจำคุก 8 เดือนในวันที่ 18 ก.พ. 69 นี้
โดยทางเรือนจำจะเป็นผู้สำรวจฐานข้อมูลผู้ที่มีคุณสมบัติเข้าข่าย และสอบถามความสมัครใจของผู้ต้องขังว่าประสงค์จะใช้สิทธิดังกล่าวหรือไม่
ซึ่งนายทักษิณได้แสดงความจำนงขอใช้สิทธิพักการลงโทษตามขั้นตอน เนื่องจากเป็นสิทธิประโยชน์ตามระเบียบที่ผู้ต้องขังทุกคนควรได้รับ ไม่ใช่การใช้อภิสิทธิ์เหนือผู้อื่นแต่อย่างใด
สำหรับการพักการลงโทษในกรณี 8 เดือนนั้น มีความแตกต่างจากการพักโทษกรณี 6 เดือน ตรงที่ผู้ต้องขังไม่ต้องเข้ารับการประเมินคะแนนเรื่องอาการเจ็บป่วยหรือความสามารถ
ในการช่วยเหลือตัวเอง แต่เป็นการพิจารณาตามมาตรฐานทั่วไป โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาประกอบกับปัจจัยด้านอายุที่เกินกว่า 70 ปีของนายทักษิณ ยิ่งสอดคล้องกับหลักเกณฑ์
ที่ควรได้รับสิทธิ ส่วนสถานที่คุมประพฤติระหว่างการพักโทษนั้น คาดว่าจะเป็นบ้านจันทร์ส่องหล้า ซึ่งเป็นที่อยู่ปัจจุบันและเป็นสถานที่ที่นายทักษิณเคยใช้พักรักษาตัวในช่วงที่ผ่านมา
โดยจะมีผู้อุปการะคอยดูแลภายใต้เงื่อนไขการคุมประพฤติ
ในส่วนความคืบหน้าทางกฎหมายเกี่ยวกับคดีมาตรา 112 ทนายความวิญญัติระบุว่า ได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุดไปเมื่อวันที่ 26 ธ.ค. ที่ผ่านมา เพื่อคัดค้านการใช้
ดุลยพินิจที่เห็นว่าไม่สมเหตุสมผลและอาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอการตอบกลับจากสำนักงานอัยการสูงสุด นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการเตรียมยกร่างคำแก้อุทธรณ์
หลังจากที่ศาลได้ส่งสำเนาอุทธรณ์ของฝ่ายอัยการมาให้ทราบแล้ว
ทั้งนี้ ทนายวิญญัติ ยืนยันว่าคดีดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อการพักการลงโทษทั่วไป เนื่องจากการที่ศาลชั้นต้นเคยมีคำพิพากษายกฟ้องไปแล้ว ย่อมแสดงให้เห็นว่านายทักษิณ
ยังเป็นผู้บริสุทธิ์ในสายตาของกฎหมาย แม้อยู่ในกระบวนการอุทธรณ์ก็ไม่เข้าเงื่อนไขที่จะถูกอายัดตัวหรือต้องขอประกันตัวใหม่ จึงมั่นใจว่ากระบวนการพักโทษจะดำเนินต่อไปได้ตามปกติ
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





