โศกนาฏกรรมซ้ำซาก! อุบัติเหตุจากโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเผชิญอุบัติเหตุจากโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่หลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นอาคารถล่ม เครนพังหล่นทับรถยนต์ที่สัญจรไปมา โดยเฉพาะถนนพระราม 2 ที่เกิดเหตุ ซ้ำซากจนเป็นที่พูดถึงของสังคมอยู่บ่อยครั้ง และเหตุการณ์ ล่าสุด เกิดขึ้น ในช่วงเช้าของวันที่ 14 ม.ค. ที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เมื่อเครนเคลื่อนที่ขนาดใหญ่ที่ใช้ในการก่อสร้างสะพานและทางยกระดับที่เรียกว่า คานลอนเชอร์ ตกลงมาทับขบวนรถไฟ ขบวนที่ 21 กรุงเทพฯ – อุบลราชธานี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 32 ราย และบาดเจ็บ 66 ราย
ถัดมาในวันที่ 15 ม.ค. เกิดเหตุเครนชนิดเดียวกัน หล่นลงมาทับรถยนต์ที่กำลังแล่นอยู่บนถนนพระราม 2 ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ขณะกำลังมีการก่อสร้างโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางขุนเทียน – บ้านแพ้ว (M82) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บอีกอย่างน้อย 5 คน โดย ทั้งสองโครงการอยู่ในความรับผิดชอบของบริษัทรับเหมาก่อสร้างยักษ์ใหญ่ของประเทศ นั่นคือ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)
โดยทาง บริษัท ได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั้งทางร่างกายและจิตใจ จากทั้งสองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และรับปากว่าจะรับผิดชอบในการดูแล จ่ายเงินค่าชดเชยเยียวยา และจะพิจารณาทบทวนปรับปรุงมาตราการด้านความปลอดภัยให้รอบคอบ รัดกุมยิ่งขึ้นและแน่นอนว่า 2 เหตุการณ์ล่าสุดนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ที่เกิดอุบัติเหตุจากการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ แล้วมีชื่อบริษัทดังกล่าวเข้ามาเกี่ยวข้อง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่และทีมวิศวกรดำเนินการ เคลียร์พื้นที่และเคลื่อนย้ายโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักมากออกจากผิวจราจร ด้วยความระมัดระวังสูงสุด และเน้นย้ำให้คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้ทางและผู้ปฏิบัติงานเป็นสำคัญ รวมถึงได้สั่งการให้ช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บอย่างเต็มที่
นอกจากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคมและกรมทางหลวง ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดและโปร่งใส โดยให้ตรวจสอบกระบวนการทำงานย้อนหลังทั้งหมด
ตั้งแต่การปฏิบัติงานในคืนก่อนเกิดเหตุ ขั้นตอนการประกอบชิ้นงาน ตลอดจนการควบคุมงานอย่างครบถ้วน รวมถึงสั่งการให้ดำเนินการใช้สิทธิทางสัญญาปกครอง เพื่อบอกเลิกสัญญา เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่า หากปล่อยให้ดำเนินการต่อไป จะเข้าข่ายเป็นอันตรายต่อสาธารณะ
ขณะที่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ย้ำว่า การตรวจสอบและติดตามจะต้องทำให้ประชาชน ปลอดภัยและมั่นใจมากที่สุด โดย กระทรวงคมนาคม จะเดินหน้าให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมใน 3 มิติพร้อมกัน ได้แก่
1. สอบสวนข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน ตามกรอบข้อสั่งการ โดยต้องระบุผู้รับผิดชอบในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
2. ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในระยะยาว ทั้งงานก่อสร้างและการให้บริการขนส่งสาธารณะ
3. เร่งมาตรการกำกับผู้รับจ้าง ผ่านระบบขึ้นทะเบียน จัดระดับชั้นผู้รับเหมา สมุดพก และบทลงโทษ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ และสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชน
พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้หน่วยงานเจ้าของโครงการ เร่งสรุปมาตรการช่วยเหลือ เยียวยา ประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด
ด้าน นายจิระพงษ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ประสานผู้รับจ้าง หยุดการก่อสร้างโครงการของบริษัทอิตาเลียนไทย จำนวน 14 สัญญา เป็นเวลา 15 วัน เพื่อให้ทีมผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบมาตรฐานด้านความปลอดภัยอย่างละเอียด
พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของทุกบริษัทในความรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคม หยุดการก่อสร้างไม่เกิน 15 วัน เพื่อเข้าตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยเช่นเดียวกัน และให้รายงานผลการตรวจสอบต่อกระทรวงคมนาคม เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายและมาตรการที่เกี่ยวข้องต่อไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





