ย้อนรอย!3 เดือน “นายกฯหนู”อุบัติเหตุ”ถนนทรุด-2เครนถล่ม”
ตลอดระยะเวลา 3 เดือนกว่าๆ นับตั้งแต่ “อนุทิน ชาญวีรกูล”เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2568 ประเทศไทยต้องเผชิญกับเหตุอุบัติเหตุครั้งใหญ่ที่เกี่ยวกับการก่อสร้างของภาครัฐต่อเนื่อง จนกลายเป็นบททดสอบสำคัญของรัฐบาลใหม่ ทั้งในมิติการบริหารจัดการ ความปลอดภัยโครงสร้างพื้นฐาน และความรับผิดชอบของเอกชนที่เกี่ยวข้องกับโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ
เหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุด เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ที่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ฐานรองเครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ถล่มลงมาทับขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 กรุงเทพอภิวัฒน์–อุบลราชธานี ขณะรถไฟกำลังวิ่งผ่านพื้นที่บ้านถนนคด แรงกระแทกรุนแรงจนขบวนรถไฟตกราง เกิดเพลิงลุกไหม้ และไฟลุกท่วมทั้งขบวน ส่งผลให้มี ผู้เสียชีวิตแล้ว 32 ราย บาดเจ็บ 64 ราย และสูญหาย 3 ราย ถือเป็นโศกนาฏกรรมทางรางที่ร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศ
ทันทีที่เกิดเหตุ”นายกฯอนุทิน” ยกเลิกภารกิจทางการเมือง และการหาเสียงทั้งหมด ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุด้วยตนเอง พร้อมสั่งการให้เยียวยาผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ และให้ดำเนินคดีทางกฎหมายกับบริษัทผู้รับเหมาอย่างเด็ดขาด
การตรวจสอบพบว่าผู้รับเหมาหลักของโครงการคือ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทเดียวกันกับกรณี อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินถล่ม ในช่วงเหตุแผ่นดินไหว สมัยรัฐบาล”แพทองธาร ชินวัตร” ด้านบริษัทอิตาเลียนไทยฯ ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและยืนยันจะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาล รวมถึงการเยียวยาความเสียหายทั้งหมด
แต่ยังไม่ทันที่สังคมจะคลายความสะเทือนใจ เช้าวันรุ่งขึ้น 15 มกราคม 2569 เกิดเหตุซ้ำซ้อนอีกครั้ง เมื่อเครนก่อสร้างทางยกระดับถล่มบนถนนพระราม 2 ช่วงขาออก บริเวณหน้าโรงแรมปารีส ก่อนขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน จังหวัดสมุทรสาคร ทำให้มีรถยนต์ถูกทับ 2 คัน มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บอีก ซึ่งถนนพระราม 2 เป็นพื้นที่ ที่ถูกจับตามองมาอย่างยาวนาน และจากสถิติระหว่างปี 2561 ถึง 2567 เกิดอุบัติเหตุจากการก่อสร้างมากกว่า 2,000 ครั้ง เฉพาะเหตุรุนแรงที่เป็นข่าวใหญ่เดือนพฤศจิกายน 2567 คานปูนและเครนถล่ม เสียชีวิต 6 ราย
และเดือนมีนาคม 2568 โครงสร้างทรุดตัวใกล้ซอย 25 เสียชีวิต 5 ราย อุบัติเหตุที่เกิดซ้ำซากทั้งเครนถล่ม แผ่นปูนร่วง นั่งร้านล้ม และโครงสร้างทรุด ทำให้ถนนสายนี้ถูกขนานนามว่า “ถนนสายมรณะ ก่อสร้าง 7 ชั่วโคตร” และหลังเกิดเหตุการณ์ที่ถนนพระราม 2 ล่าสุด นายกฯ อนุทิน ยอมรับว่า จำเป็นต้อง ทบทวนสัญญาและมาตรฐานความปลอดภัยของบริษัทผู้รับเหมาทั้งหมดเพื่อไม่ให้โศกนาฏกรรมเกิดซ้ำอีก
หากย้อนกลับไปในเดือนแรกของการเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ของนายอนุทิน ต้องเผชิญเหตุใหญ่ ตั้งแต่เข้ามาไม่ถึงเดือน โดยเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 เกิดเหตุ ถนนสามเสนยุบตัว บริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล และสถานีตำรวจสามเสน เป็นหลุมยุบมีขนาดใหญ่ประมาณ 30 x 30 x 50 เมตร สาเหตุจากดินไหลเข้าอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงที่กำลังก่อสร้าง ทำให้โครงสร้างถนนเสียหายมีรถยนต์ตกลงไปในหลุม เสาไฟฟ้าล้มแม้ไม่มีผู้เสียชีวิต แต่มีผู้บาดเจ็บเล็กน้อยและทรัพย์สินเสียหายจำนวนมาก
ในเวลานั้นนายอนุทิน เคยให้สัมภาษณ์ว่า ตนเองกับบริษัท ซิโน-ไทยฯ ผู้รับเหมาโครงการรถไฟฟ้าบริเวณนั้น เหมือนไม่รู้จักกัน โดยรู้เพียงว่าเป็นบริษัทก่อสร้าง และยังบอกว่าสามารถตรวจสอบได้ ไม่เคยใช้อิทธิพลหรือการโน้มน้าวใดๆ ในการช่วยเหลือบริษัท แต่ยอมรับว่า ครอบครัวของตนเอง ครอบครอบชาญวีรกูล มีบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งเป็นธุรกิจเดิมของครอบครัว
ตลอด 3 เดือนกว่าเหตุอุบัติเหตุครั้งใหญ่ทั้งทางถนน ทางราง และโครงสร้างเมือง ไม่เพียงสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน แต่ยังสะท้อนคำถามสำคัญต่อรัฐบาล ถึงมาตรฐานความปลอดภัย การกำกับดูแลโครงการรัฐ และความรับผิดชอบของผู้รับเหมา
ซึ่งคำถามที่สังคมกำลังรอคำตอบคือรัฐบาลชุดนี้ จะเปลี่ยนโศกนาฏกรรม ให้เป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปความปลอดภัยได้จริงหรือไม่ หรือประเทศไทย จะยังต้องสูญเสียซ้ำแล้วซ้ำเล่า บนโครงสร้างที่ควรปกป้องชีวิตประชาชน
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





